สิ่งที่คุณควรจะรู้ก่อนที่จะเสริมหน้าอกให้ได้ผลดีที่สุด!!

การเสริมหน้าอกหรือการทำนมนั้น เป็นวิธีการผ่าตัดที่ทำได้โดยใส่ถุงซิลิโคนหรือถุงน้ำเกลือเข้าไปที่ใต้หน้าอก ผลลัพธ์ที่ได้คือขนาดของหน้าอกที่ใหญ่ขึ้น รูปร่างของหน้าอกที่สวยงามและเท่ากัน รวมถึงช่องอกที่ชัดเจนกว่าเดิม ส่งผลให้มีความมั่นใจในรูปร่างมากยิ่งขึ้นนั้นเองและจะทำยังไงล่ะเรามาดูข้อที่ควรรู้ก่อนจะตัดสินใจเสริมหน้าอก

ใครบ้างที่สามารถทำหน้าอกให้เราได้

การเสริมหน้าอกอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยความงามหรือเป็นการทำหน้าอกภายหลังการผ่าตัดเต้านมในผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมก็ได้

การเสริมหน้าอกเพื่อความงามนั้นมีข้อกำหนดอายุของผู้เข้ารับการเสริม เนื่องจากขนาดหน้าอกของผู้หญิงจะยังสามารถเพิ่มขึ้นได้จนถึงช่วงวัยรุ่นตอนปลายหรือประมาณอายุ 20 ปีต้น ๆ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกากำหนดผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยการใช้ถุงน้ำเกลือได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ส่วนการเสริมหน้าอกประเภทใช้ถุงเจลซิลิโคนต้องมีอายุ 22 ปีขึ้นไป

สำหรับการผ่าตัดเสริมสร้างหน้าอกในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่จำเป็นต้องตัดเต้านมออกไป เพื่อให้กลับมามีหน้าอกทั้ง 2 ข้างเป็นปกติจะไม่มีข้อกำหนดอายุ สามารถทำได้ไม่ว่าผู้ป่วยอายุเท่าใดก็ตาม

ข้อห้ามของการทำหน้าอก

ในบางกรณี การทำหน้าอกมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้สูง และไม่คุ้มกันเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับ ผู้ที่มีอาการติดเชื้อบริเวณใด ๆ ของร่างกาย ป่วยเป็นโรคมะเร็งหรือเคยมีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมที่ยังไม่ได้รับการรักษาจนหายดี และหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรจะไม่แนะนำให้รับการเสริมหน้าอกเนื่องจากกระบวนการผ่าตัดที่ใช้อาจมีผลต่อการรักษาอาการติดเชื้อหรือโรคมะเร็ง และเป็นข้อคำนึงด้านความปลอดภัยของหญิงกำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร นอกจากนี้ ภาวะเหล่านี้ยังส่งผลถึงการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดด้วย สำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ การผ่าตัดเสริมหน้าอกจึงทำได้ในกรณีที่เป็นการรักษาตามคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น

ข้อควรระวังของการทำหน้าอก

การทำหน้าอกอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น ผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ตนเอง
  • ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ รวมถึงการรับประทานยาที่ทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลงด้วย
  • มีภาวะที่ส่งผลต่อการรักษาแผลหรือกระบวนการหยุดเลือดของร่างกาย
  • ภาวะที่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อที่หน้าอกน้อยลง
  • ต้องทำเคมีบำบัดหรือหรือรังสีบำบัดภายหลังจากการเสริมหน้าอก
  • มีภาวะซึมเศร้าหรือความผิดปกติทางสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น ผู้ป่วยที่คิดว่าตนเองมีรูปร่างผิดปกติ มีโรคการกินผิดปกติ มีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือภาวะสุขภาพทางจิตทั้งหลาย ควรได้รับการรักษาให้หายดีหรือมีอาการทรงตัวก่อนเข้ารับศัลยกรรมเสริมหน้าอก

ประเภทของการทำหน้าอก

การทำหน้าอกมีหลายประเภท แบ่งตามวัสดุที่นิยมใช้ใส่เข้าไปเสริมในหน้าอกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ การใช้ถุงซิลิโคน และการใช้ถุงน้ำเกลือซึ่งมีใช้น้อยกว่า โดยแพทย์อาจพูดคุยแนะนำถึงรูปร่างและประเภทของการเสริมเต้านมที่เหมาะสมกับแต่ละคน ซึ่งแต่ละวิธีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกันไป

การใช้ถุงซิลิโคนเจล เป็นการเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนที่ภายในประกอบด้วยซิลิโคนเจล มีหลายขนาดให้เลือก และมีทั้งพื้นผิวเรียบและผิวทราย ซิลิโคนที่ใช้อาจเป็นชนิดอ่อนนุ่มหรือชนิดแข็งก็ได้ โดยภายในมีการเติมเจลซิลิโคนชนิดหนาแน่นไว้ นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีถุงซิลิโคนชนิดที่เคลือบด้วยยางโพลียูรีเธนด้วย

การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนเจลนี้อนุญาตให้ใช้ในหญิงอายุ 22 ปีขึ้นไป หรืออายุเท่าใดก็ได้กรณีที่ผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมแทนเต้านมที่ถูกตัดเท่านั้น

ข้อดีของซิลิโคนเจลคือมีโอกาสเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้น้อยกว่าการใช้ถุงน้ำเกลือ และหากเป็นชนิดอ่อนนุ่มก็จะให้ความรู้สึกเหมือนหน้าอกธรรมชาติ ส่วนซิลิโคนชนิดที่เคลือบด้วยยางโพลียูรีเธนนั้นมีการอ้างถึงคุณสมบัติในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดรัดรอบเต้านมเทียมและการเคลื่อนที่ของซิลิโคนด้วย

ส่วนข้อเสียก็มีเช่นกัน ถุงเจลซิลิโคนแบบอ่อนนุ่มที่เกิดฉีกขาด อาจส่งผลให้ซิลิโคนแพร่กระจายไปยังเต้านม ซึ่งจะตรวจเจอได้จากการสแกนเต้านมเท่านั้น และจำเป็นต้องผ่าตัดเอาซิลิโคนที่เสริมหน้าอกออกมา ปัญหานี้สามารถหลีกเลี่ยงด้วยการใช้ซิลิโคนชนิดหนาแน่นแทน แต่ซิลิโคนชนิดนี้อาจให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนซิลิโคนแบบเคลือบยางโพลียูรีเธนก็มีข้อเสียที่อาจไปทำปฏิกิริยากับผิวหนังได้ชั่วคราวเช่นกัน

การใช้ถุงน้ำเกลือ เป็นถุงซิลิโคนเหมือนประเภทแรก แต่ภายในเติมด้วยสารละลายน้ำเกลือแทน อาจมีการเติมไว้ก่อนผ่าตัด หรือเติมเข้าไปในระหว่างการผ่าตัดก็ได้ มีหลายขนาดให้เลือกและมีทั้งเปลือกซิลิโคนแบบเรียบหรือมีพื้นผิว การเสริมหน้าอกด้วยถุงน้ำเกลือนี้ทำได้เฉพาะในผู้หญิงที่อายุ 18 ปีขึ้นไป แต่หากเป็นการผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ตัดเต้านมไปก็สามารถทำเมื่ออายุเท่าใดก็ได้

การเสริมหน้าอกด้วยถุงน้ำเกลือมีข้อดี คือ หากเต้านมที่เสริมฉีกขาด น้ำเกลือภายในจะค่อย ๆ ถูกร่างกายดูดซึมไปหรือขับออกจากร่างกาย จึงทำให้ปลอดภัยต่อร่างกาย ส่วนข้อเสียของการใช้ถุงน้ำเกลือ คือเรื่องความคงทน ที่อาจฉีกขาดได้เร็วกว่าถุงเจลซิลิโคน เพราะถุงน้ำเกลือจะแฟบลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป และยังเสี่ยงต่อการเกิดรอยเหี่ยวย่น

 

ขอบคุณแหล่งที่มา และอ่านต่อได้ที่ : http://nationalbba.com/knowledge/201801101

อ่านต่อเรื่องราวสาระดีๆต่อได้ที่ : http://timelessidaho.com/

สายตายาวเป็นอย่างไร และ สายตาสั้นเป็นอย่างไร เรามาดูกันเลย!!

สายตายาวหลายคนคงเข้าใจว่าเป็นสายตายาว ตามจริงสายตายาวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะคนแก่แต่กับเด็กก็เป็นได้สำหรับคนแก่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อาจเกิดสายตายาวได้เท่านั้น คือเป็นตรงกันข้าวกับสายตาสั้น ไม่สามารถที่จะมองเห็นวัตถุความละเอียดที่อยู่ใกล้ได้ต้องอยู่ไกลจึงจะมองเห็นได้ชัดเจน เหมือนว่าต้องยื่นออกให้ไกล สายตาคนแก่เกิดจากเลนส์ตาที่เสื่อมสภาพไปตามวัยจึงไม่สามารถที่จะปรับโฟกัสได้ชัดเจน

สายตายาว เป็นสายตาที่มองใกล้ไม่ได้เนื่องจากภาพจะตกหลังจุดโฟกัสหรือว่าเลยจุดโฟกัสออกไปอีก ซึ่งเกิดจากเลนส์ตามีกำลังขยายที่น้อยหรือว่าบางเกินไป หรือเกิดจากลูกยาวที่สั้นไป

สายตายาวเป็นอย่างไร

เกิดจากเลนส์ตาปิดปกติ มีความบางเกินไปทำให้กำลังขยายไม่เพียงพอต่อการที่จะให้ภาพนั้นตกลงจุดโฟกัส หากเรายืนวัตถุออกไปก็จะตกลงจุดโฟกัสพอดี
เกิดจากลูกตาสั้นกว่าปกติ จึงทำให้จุดโฟกัสเลื่อนมามากกว่าปกติ ภาพก็จะตกเลยจุดโฟกัสไป สายตาชนิดนี้คนจะเป้ฯมากที่สุดโดยเฉพาะคนไทยที่มีปัญหาเรื่องสายตามาก จะเกิดจากเด็กในระยะที่ดวงตายังไม่ขยายเป็นปกติ สายตายาวนี้มีผลกระทบมากกว่าสายตาสั้น เพราะการที่สายตายาวจะเห็นได้ชัดต้องทำการเพ่งมากกว่าสายตาสั้น จึงทำให้เกิดวิงเวียนศรีษะเมื่อใช้สายตาไปนานๆ และยังทำให้สายตาเสื่อมได้ง่าย และเป็นตาเขได้ ปัญหาคือเด็กที่เป็นจะไม่สามารถรู้ตัวได้ตามจริงมีเด็กที่สายตาในประเทศมีจำนวนมาก ดังนั้นผู้ปกครองควรพาไปตรวจ
สายตาคนแก่ สายตาคนแก่นี้เป็นได้เฉพาะคนมีอายุเพิ่มมากขึ้น อวัยวะต่างๆ ก็จะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา และเลนส์ตาก็เสื่อมด้วย เนื่องจากเลนส์ตาก็เหมือนเลนส์กล้องถ่ายรูปทำการปรับจุดโฟกัสต่างๆ ให้มีความชัดเจนตามภาพที่เราต้องการ แต่การเสื่อมเสื่อมของเลนส์ตาจึงส่งผลทำให้ภาพไม่ตกที่จุดโฟกัส ผู้ที่เป็นจะมีอายุ 35 ปีขึ้นไป และพบได้ในจำนวนมากขึ้นโดยเฉพาะคนไทย

การรักษา สายตายาวต้องใช้เลนส์นูนในการรักษา แต่พบว่าจะใส่ในยามต้องการเท่านั้นในเฉพาะตอนที่มองหนังสือหรือว่าต้องดูอะไรที่ละเอียด หากปกติไม่ได้เป็นมากจะใส่บ้างไม่ใส่บ้างเพราะสามารถที่จะมองเห็นได้ทั่วไป หากไม่ใช่จะเพ่งนานทำให้เมื่อยตา ทั้งสายตายาวและสายตาคนแก่จะใช้เลนส์ที่เหมือนกันหากมีลักษณะสาเหตุที่คล้ายกัน
ปัญหาทางสายตานั้นสายตาสั้นเป็นสายตาที่ผิดปกติมีปัญหาในการมองเห็นและเป็นปัญหาต่อผู้ที่เป็นไม่ใช่น้อย ยิ่งสายตาสั้นที่เราเห็นคนทั่วไปนั้นใส่แว่นบ้างมักจะเป็นตั้งแต่อายุยังน้อยก็มี ผู้ที่เป็นปัญหาสายตาสั้นตั้งแต่เด็กพ่อแม่ควรที่จะเอาใส่เป้นอย่างดีเพราะว่าในบางครั้งเด็กอาจจะไม่รู้ตัวเองว่าเป็น หากเป็นยังเด็กก็ควรที่จะจัดหาแว่นเพื่อใส่ในการแก้ปัญหายิ่งโตมากขึ้นอาจจะมีการเปลี่ยนแว่นบ่อยครั้งจนแว่นที่ใส่หนาขึ้น และพบว่ามีจำนวนเด็กที่สายตาสั้นเพิ่มมากขึ้น หากไม่แก้ไขแล้วจะเป็นผลต่อการเรียนเพราะว่าการอ่านหนังสือลำบากรวมถึงการมองเห็นกระดานด้วย และมีความเชื่อว่าเด็กที่ใส่แว่นมักเป็นเด็กที่เรียนเก่งแท้จริงคงไม่เกี่ยว เพราะคนที่มีปัญหาเรื่องสายตาจะใส่แว่นเพื่ออ่านหนังได้ชัดเจนเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการเอาใจใส่ในการเรียน แต่การใส่แว่นทำให้เป็นผลทางด้านจิตวิทยาในการเรียนได้

สายตาสั้น คือการมองเห็นในระยะไกไม่ชันเจนทำให้ยากลำบากต่อการมองเห็นวัตถุที่มีขนาดเห็นหรือว่ามีความละเอียด หากมองในระยะไกลจะเห็นเป็นภาพมัวๆ ดังนั้นหากต้องการที่มองเห็นให้ชัดเจนก็ต้องเอาสิ่งที่ต้องการมองเข้ามาใกล้ตา บุคคลที่สายตาสั้นนั้นจะมีภาพตกก่อนจุดโฟกัสของตา เนื่องจากเลนส์ตามีความหนาหรือว่าโค้งมากกว่าคนปกติ รวมถึงลุกตามีความยาวด้วย ส่งผลทำให้ภาพตกยังไม่ถึงจุดโฟกัส

การเกิดสายตาสั้นนั้นมีการสำรวจต่อคนทั่วโลกว่าคนที่สายตาสั้นส่วนมากเป็นชาวจีนและญี่ปุ่นเป็นที่สายตาสั้นมากกว่าชาติอื่นๆ และคนไทยถือว่ามีปัญหาน้อยมากส่วนมากเป้ฯสายตายาวกันแทน การเกิดคือเลนส์ตามีความหนาหรือว่าโค้งมากกว่าปกติจึงทำให้กำลังการขยายของภาพนั้นมากขึ้น และเกิดจากลูกตายาวกว่าคนปกติ จึงต้องมองสิ่งของไกลไม่ได้ต้องเลื่อนให้เข้ามาใกล้ สายตาสั้นไม่ใช่ความพิการแต่เป็นความผิดปกติของร่างกายเหมือนกับคนที่เกิดมามีสีผิว ความสูงไม่เท่ากันนั้นล่ะ อย่าได้วิตกกังวลเรื่องสายตาหรือนำไปคิดว่าเป้นปมด้อย เพราะสามารถใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปได้

สาเหตุการเกิดสายตาสั้น ที่พบทั่วไปมีสาเหตุจากการกรรมพันธุ์และสายตาสั้นทั่วไปปกติ

สายตาสั้นปกติ มักเกิดจากเลนส์ตาเสื่อมหรือหนากว่าปกติ เป้ฯสายตาสั้นที่พบได้บ่อยและทั่วไปแต่ในบางครั้งผู้ที่เป็นรู้จักปรับตัวเลยไม่รู้อะไรมาก เพราะว่าจะสั่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการเพ่งหรือการนำวัตถุเข้าใกล้ หากเป็นมากอาจจะต้องใส่แว่นแต่ไม่ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย อาจจะเปลี่ยนเมื่อมีอายุมากแล้ว
สายตาสั้นจากกรรมพันธุ์ เป็นสายตาสั้นที่เกิดจากพ่อแม่หรือว่าถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ เลยมักมีอาการตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งอาจจะเริ่มพบตั้งแต่อายุได้ 5 – 6 ขวบ และจะสั้นไปเรื่อยจนถึงอายุ 20 ปี ความสั้นของสายตาจะลดลง สายตาสั้นชนิดนี้มักเกิดจากลูกตายาวกกว่าปกติ นอกจากจะสั่นลงไปเรื่อยๆ เลยจำเป็นที่จะต้องตัดแว่นในทุกปี แล้วยังพบว่ามีปัญหาอย่างอื่นอีกอย่างเช่นทำให้ตาเสื่อมได้ง่าย วุ้นในตาเสื่อมคุณภาพเร็วเพราะว่ามีลูกตาที่ยาว จอภาพจะมีความบางและเสื่อมได้ง่ายเช่นกันรวมไปถึงเนื้อเยื้อเปราะง่ายด้วย

สายตาสั้นเป็นอย่างไร

การป้องกันและการรักษา การป้องกันคงเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับสาเหตุเกิดจากกรรมพันธุ์ แต่ก็ต้องดูแลไม่ให้เป็นมากขึ้น เช่นไม่อ่านหนังสือในที่แสงสว่างไม่พอไม่ใช้สายตาหนักไป กินอาหารให้ครบห้าหมู่เพื่อบำรุงสายตา ในคนที่สายตาสั้นจะใช้เลนส์เว้าในการแก้ไขเพราะว่าเลนส์เว้าจะกระจายแสงให้ตกที่จุดโฟกัส