เรื่องของความรักที่ตามหาคู่กันมานาน วิธีการดำเนินชีวิตคู่ให้มั่นคงแล้วก็ยืนยาว

เมื่อคนสองคนตัดสินใจมาดำเนินชีวิตคู่ด้วยกัน หรือตกลงใจสมรสกันเป็นคู่ครอง ที่หาคู่กันมานานจุดนี้นับว่าเป็นจุดกำเนิดของการมีชีวิตครอบครัว ซึ่งจุดหมายของแต่ละครอบครัวจะเป็นแบบใดนั้น คงจะไม่อาจจะคาดคะเนหรือกล่าวได้ว่า คุณสองคนจะเดินร่วมทางจนกระทั่งจุดหมายตามที่คนเฒ่าคนแก่ได้อำนวยพรไว้ภายในวันแต่งงานว่า“ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร” ได้หรือเปล่าเพราะว่าการที่คนสองคนจำเป็นต้องมาดำรงชีวิตคู่ด้วยกัน ในตอนระยะข้าวใหม่ปลามันอะไรๆพวกเราก็เพียงพอจะยอมได้ แม้กระนั้นเมื่อชีวิตสมรสเดินทางไปซักระยะหนึ่ง ความเป็นตัวตน นิสัยที่จริงจริงของแต่ละคนก็จะแสดงออกมา การจะให้พวกเรามีนิสัยที่ถูกอกถูกใจ ดีพร้อมสำหรับอีกคนอาจเกิดเรื่องที่ยาก

ด้วยเหตุผลดังกล่าว สิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยทำให้คนสองคนที่มาจากต่างครอบครัว ต่างการเลี้ยงดูสามารถมีชีวิตคู่ที่สุขสบาย หวานชื่นได้อย่างยืนยาวได้นั้น จะต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากทั้งสองฝ่ายที่จะทำความเข้าใจและก็ปรับพฤติกรรมเข้าพบกัน หลักสำคัญที่จะช่วยรักษาความเกี่ยวพันของชีวิตของการการเป็นสามีภรรยาให้อดทนรวมทั้งมั่นคงนานยืนยาว

1. การยินยอมรับกันและกัน

เป็นเรื่องสำคัญพื้นฐานของการใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกัน เนื่องจากการที่คนสองคนจำเป็นต้องมาดำเนินชีวิตด้วยกันทั้งชีวิต ต้อมองเห็นหน้ากันทุกๆวัน จะต้องมีกิจกรรมทุกๆวันด้วยกัน จำเป็นต้องขอคำแนะนำกันทุกวี่วัน แก้ไขปัญหาด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การยินยอมรับกันในทุกแง่ทุกมุมจะช่วยทำให้ทั้งสองอยู่ร่วมกันโดยไม่ไม่ตรงกันทางความนึกคิดแล้วก็อารมณ์ ไม่อารมณ์เสียกัน ไม่เบื่อกัน ไม่เหยียดหยามกัน ไม่ไม่ชอบกัน ลักษณะการยินยอมรับกันและกันได้ มีสิ่งชี้นำต่างๆอย่างเช่น การมองอีกฝ่ายในแง่บวก พึงพอใจในหาคู่สมรสทั้งยังรูปพรรณสัณฐาน เชาวน์ ข้อคิดเห็นรวมทั้งจิตใจ จะช่วยทำให้ปรับทั้งสองติดต่อกันได้อย่างสบาย หากแม้ต่อการโต้ตอบทางเพศชมรมที่คู่บ่าวสาวมอบหมายให้ เห็นด้วยในตัวตนรวมถึงค่าความนิยมต่างๆของอีกข้างหนึ่ง

2. อย่าคาดหมายว่า “คู่รักของคุณ” จะเพอร์เฟ็ค

เนื่องจากไม่มีผู้ใดที่จะเพอร์เฟ็คไปทั้งผอง แม้กระทั้งตัวของพวกเราเองยังมีทั้งยังจุดที่ดีและไม่ดี การมาดำเนินชีวิตคู่ด้วยกันจึงควรศึกษา ที่จะถูกใจกับจุดเด่นของกันและกัน เห็นด้วยจุดด้วยของกันและกัน พวกเราไม่อาจจะมุ่งหวังว่าพวกเราจะเข้ากันได้กับคู่รักของพวกเราทุกๆเรื่อง หรือ จะไปมุ่งมาดให้เขาทำในสิ่งที่พวกเราปรารถนา แต่ว่าจำเป็นต้องอาศัยแนวทาง “การปรับตัว” เข้าพบกัน ด้วยความเคลื่อนไหวการกระทำของตนเองแล้วก็/หรือปรับนิสัยให้สารภาพสิ่งที่อีกข้างเป็นบ้างเพื่ออยู่กับเขาอย่างไม่ต้องกังวล ด้วยเหตุว่านิสัยบางสิ่งบางอย่างไม่อาจจะปรับกันได้ ก็เลยอย่าคาดหมายให้ดูส่วนที่ดีซึ่งกันและกัน

3. รู้จักที่จะติดต่อกัน

ในทางจิตวิทยาถือเป็นการติดต่อเป็นสิ่งจำเป็นอันหนึ่งของชีวิตของการการมีคู่ครอง เนื่องจากว่าการติดต่อสื่อสารคือการใช้ภาษาเพื่ออีกข้างรู้เรื่องความนึกคิด ความรู้สึก และก็ความอยากได้ของกันและกัน แม้กระนั้นตามความเป็นจริงที่เจอในชีวิตสมรส ยิ่งอยู่กันนานคู่สมรสก็ยิ่งจะติดต่อสื่อสารกันลดน้อยลงแล้วก็คิดเอาเองว่าอยู่กันมาตั้งนานคงจะทราบว่าอีกข้างคิดรวมทั้งอยากได้อะไร ซึ่งหากมาองแล้วรู้เรื่องถูกดีแล้วไปถ้าเกิดแปลไม่ถูกก็อาจจะทำให้ครอบครัวมีปัญหาได้ ทางที่ดีควรจะศึกษาที่จะกล่าวและก็แสดงออกว่าคุณรู้สึกเช่นไร เพื่ออีกข้างรู้เรื่องว่าคุณกำลังรู้สึกเช่นไร ปรารถนาอะไร

4. การรู้จักขอโทษกัน

ถ้าหากคู้แต่งงานเห็นด้วยซึ่งกันและกันเท่าคราวสามารถเห็นด้วยกันได้และก็อุตสาหะปรับนิสัยให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำเป็น แต่ว่าก็ยังมีเรื่องมีราวที่คู่ของพวกเราทำในสิ่งที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความเศร้าใจขึ้นในความเกี่ยวเนื่องระหว่างกัน ทั้งสองควรจะรู้จักยกโทษ ไม่เก็บความแค้นเคืองโกรธเคืองวางใจ สิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ดีเลิศในชีวิตครอบครัว

5. การมีเวลาอยู่ร่วมกัน

ข้างหลังแต่งานสามีภรรยาต้องมีเวลาให้กัน เพื่อใช้เวลาสำหรับเพื่อการอยู่ร่วมกัน สิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตการครองเรือน เพราะเหตุว่าการมีเวลาอยู่ร่วมกันสารภาพทำให้ท่านสามารถติดต่อสื่อสารกับคู่ได้อย่างมีคุณภาพเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบันที่ต่างคนต่างจำเป็นต้องดำเนินการนอกบ้าน เวลามีให้กันบางครั้งอาจจะไม่มากสักเท่าไรนัก แต่ว่าคุณทั้งคู่สามารถทำให้ตอนที่มีอยู่ในทุกวันมีคุณภาพอย่างแท้จริง โดยทำกิจกรรมที่พึงพอใจแล้วก็แฮปปี้ด้วยกัน ตลอดจนคุณควรจะสนใจต่อสิ่งที่คุณถูกใจด้วยเป็นต้นว่า แม้กระนั้นการมีช่องว่างในความเชื่อมโยงระหว่างกันบ้างย่อมคือเรื่องปกติรวมทั้งบางทีอาจเป็นสีสันสำหรับเพื่อการดำรงชีวิตคู่

6. เซ็กซ์ในชีวิตของการการเป็นสามีภรรยา

การผลิตความสมดุลในเรื่องเซ็กซ์ ย่อมทำให้เกิดความชอบใจของสามีภรรยา และก็นับว่าเป็นหัวข้อหลักเป็นอย่างมากที่จะช่วยทำให้ชีวิตของการการเป็นสามีภรรยาราบรื่นรวมทั้งสุข คู่ควงจะต้องทำความเข้าใจความอยากของกันและกัน ทราบว่าคู่ของพวกเราถูกใจหรือเปล่าถูกใจอะไร แบบไหนกันที่ทำให้คู่ของพวกเราแฮปปี้ เพื่อนำไปสู่การปรับแต่งความเชื่อมโยงทางเพศให้พอใจร่วมกันทั้งสองฝ่าย

7. ทำความเข้าใจและก็ทำความเข้าใจธรรมชาติความไม่เหมือน

ระหว่างผู้ชายผู้หญิง ด้วยเหตุว่าความต่างระหว่างเพศมีผลต่อความนึกคิดและก็ความประพฤติปฏิบัติแตกต่างกัน ธรรมชาติเพศชายจะถูกใจคิดอย่างมีเหตุผล ไม่สนใจเรื่องความรู้สึกมีความสุขุมนิ่งแล้วก็แข็งแรงมากยิ่งกว่า ปรารถนาความเป็นส่วนตัว กลัวการขาดอิสระ แต่ว่าปรารถนาเอาใจใส่ดูแล บ้าอำนาจ เกียรติยศแล้วก็เกียรติยศ อยากเป็นหัวหน้า เกลียดชังพูดจาเรื่อยเปื่อยและไร้สาระ เกลียดการเช็ดกติเตียน การบ่น ตอนที่สตรีจะมีลักษณะตรงกันข้าม แต่ว่าถ้าหากเห็นว่านี่เป็นธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน แล้วก็พร้อมที่จะปรับพฤติกรรมให้เข้ากันได้และก็รู้จักใช้ส่วนดีของแต่ละข้างที่ธรรมชาติสร้างมา เมื่อนั้นชีวิตการครองเรือนจะแฮปปี้

8. รู้จักหน้าที่รับผิดชอบในครอบครัว

ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผัว เมียจะมีหน้าที่และก็หน้าที่ของตัวเอง โดยธรรมดาทั้งยังคู้จะมีหน้าที่หน้าที่สำคัญสำหรับการเป็นผัวเมีย การหาเลี้ยงปากท้อง ทำงานบ้าน รวมทั้งเลี้ยงลูก ฉะนั้นจำเป็นต้องคุยกันว่าแต่ว่าละข้างมีหน้าที่หน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมากมายน้อยแค่ไหนรวมทั้งยังไง

9. การจัดการกับการขัดแย้ง

การขัดแย้งนับว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการใช้ชีวิตสมรส ด้วยเหตุดังกล่าวเมื่อกำเนิดความไม่ลงรอยกัน การคุยกันอย่างไม่อ้อมค้อมจะช่วยทำให้เหตุการณ์ดียิ่งขึ้น เนื่องจากว่าจะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการหาวิธีแก้ไขด้วยกัน จุดเด่นสำหรับเพื่อการคุย ไม่สมควรคุยกันตอนที่ความรู้สึกโกรธ เนื่องจากจะทำให้เกิดการโต้ถียงกันมากกว่า ควรจะคอยให้ต่างข้างต่างอารมณ์เย็นแล้วมาเสวนาทำความเข้าใจแล้วก็ด้วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

10. เสริมความรักให้เติบโต

เมื่อคู่ครองปรารถนาดำรงชีวิตคู่ด้วยกัน ทั้งคู่ต่างก็อยากได้ความรัก ความรู้ความเข้าใจ การดูแลใส่ใจซึ่งกันและกัน โดยเหตุนั้นการแสดงออกว่ารัก แล้วก็เห็นค่าของกันและกันอย่างสม่ำเสมอนับว่าเป็นเรื่องจำเป็น ด้วยเหตุว่าจะเป็นสิ่งที่จะช่วยสำหรับเพื่อการหล่อเลี้ยงจิตใจของทั้งสองฝ่าย

11. บริหารจัดแจงด้านการเงิน

เพราะว่าปัญหาเรื่องการเงินมักคือปัญหาใหญ่กับคู่แต่งงานใหม่เหตุเพราะกำลังอยู่ในตอนสร้างครอบครัว แล้วก็มีภาระหน้าที่ที่จำเป็นต้องใช้จ่ายมากยิ่งกว่าชีวิตไม่มีแฟน เพราะฉะนั้น คู่รักไม่สมควรปกปิดกันในด้านการเงิน ปรารถนาคิดแผนด้วยกันเกี่ยวกันการใช้จ่ายเพื่อครอบครัว โดยควรจะอดออมแล้วก็ใช้เป็นสิ่งสำคัญ ส่วนหนึ่งส่วนใดพ้องกันไว้เป็นเงินออมสำหรับสมาชิกในอนาคต ไม่สมควรให้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นต้นเหตุของปัญหาอื่นๆที่จะสร้างความไม่ถูกกันให้ชีวิตปราศจากความสุข

12. มีชีวิตที่เป็นของตัวเองด้วย

เนื่องจากว่าแม้ทั้งสองจะสมรสกัน แม้กระนั้นต่างข้างต่างก็ยังมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ด้วยเหตุดังกล่าว ก็เลยไม่สมควรรักหรือเอาใจใส่คนที่อยู่รอบข้างจะปล่อยทิ้งตัวเองไปให้รำลึกไว้เสมอว่า ไม่มีผู้ใดต้องการรักหรือผูกผันกับผู้ที่ไม่รักแม้กระทั้งตัวเอง ไม่ดูแลตัวเองเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากแม้ท่านรู้จักดูแลตัวเอง ท่านก็จะมีความพร้อมเพรียงที่จะดูแลคู่รักเจริญเหมือนกัน

ความรู้และการใช้ เลขศาสตร์ เบอร์มือถือ เบอร์มงคลและ เลขอันตราย เลขอุบัติเหตุ เป็นเลขอะไรบ้างไปดูกันเลยจ้า!!

เบอร์มือถือของผู้ที่เราติดต่อมานานๆ เราจะสามารถอ่านคนจากเบอร์มือถือได้เลยว่า เขาเป็นคนอย่างไร นิสัยอย่างไร เราจะคบเขาเหล่านั้นอย่างไร จึงจะก่อประโยชน์หรือผลดี ได้เลยทีเดียว…….

เมื่อทำธุรกิจกัน หากเรารู้ความหมายของตัวเลขในแต่ละเบอร์ด้วยแล้วหล่ะก็ เราจะรู้ว่าควรระมัดระวังตัวอย่างไร เพื่อไม่ให้ต้องเสียเปรียบ การติดต่อธุรกิจกับคนที่ใช้ เบอร์มงคล มีโอกาสจะได้ราบลื่น ไม่ติดขัด หรือมีปัญหาน้อยที่สุด

ความรู้อย่างนี้ได้ประโยชน์มากมาย ง่าย รวดเร็ว ไม่ยุ่งยากให้เสียเวลา ไม่เหมือนการพยากรณ์ดวงชะตา ที่ต้องมีข้อมูลจากคนที่เราอยากรู้จึงจะพยากรณ์ได้

เบอร์โทรศัพท์ที่เป็น เบอร์มงคล

ผู้ใช้เบอร์จะมีความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

เบอร์สวยช่วยให้คนจำเบอร์ได้ง่าย   ถ้าเบอร์สวยด้วยเบอร์มงคลด้วย ก็สุดยอดปรารถนา……..

เบอร์มงคล  จะดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามาตามจิตของเราที่รู้สึกถึงความเป็นมงคล ความสุข ความสำเร็จ ความมั่นคงสมบูรณ์ในชีวิต  ซึ่งจริงๆ ก็เพียงพอแล้ว    ถ้าหากเบอร์นั้นมีความสวยด้วยแล้วก็จะช่วยให้

บรรยากาศดูดีขึ้นมาทีเดียว เวลาติดต่อทำธุระกิจการค้าบอกเบอร์กับใครแล้ว คนเขาก็จะจดจำได้ง่าย จะเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในธุระกิจได้เป็นอย่างดี

เบอร์มงคลและสวยด้วย นับวันจะยิ่งหายากและมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ โดนเฉพาะกำลังนิยมเลขรหัสใหม่ 095, 099 กำลังมาแรง ผู้คนนิยมหากันมาใช้ เบอร์มงคล เบอร์สวย ซื้อเก็บไว้เก็งกำไรก็น่าสนใจ ถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่นิยมกัน

เลข 3 ดาวอังคาร  ดาวการต่อสู่  เลขแรง   เป็นอันตรายหรือไม่ก็เหนี่ยวนำสิ่งไม่ดีเข้ามา หากนำมาใช้โดยที่วิชาไม่ลึกซึ้งพอ !!!

เลขอันตรายที่เป็นเลขต้องห้าม ทั้งคนไทยคนฝรั่งต่างเกรงกลัวกัน คือ เลข 13, 31, 37, 73,33  เป็นเลขที่มีโอกาสง่ายมากในการเกิดอุบัติเหตุและรุนแรง จะสังเหตเห็นได้ว่า ตึก อาคาร โรงแรม หลายแห่งจะไม่มีชั้น 13

พยายามเลี่บงไปใช้เป็นชั้น 12A แทน  เพื่อความสบายใจแก่ผู้พักอาศัยในอาคารในข่าวอุบัติเหตุไม่ว่าทางรถยนต์ เครื่องบิน หลายเหตุการณ์ มักมีเลขเหล่านี้ ปรากฎอยู่ในเหตุการณ์ด้วย มันเป็นสถิติที่น่าลองอ่านดู…………

กรณีแพรวา ชนรถตู้ ทะเบียน 13-7795กท, มีคนตาย 9 บาดเจ็บ 5 คืนวันที่ 27 ธันวาคม 2553 เวลา 20.30น.

รถตู้ซิ่งตกทางด่วน พระราม6 ย่างสด 8 ศพ บาดเจ็บสาหัสอีก 7 ราย รถตู้ทะเบียน ออ-3153กท วันที่ 31 ตุลาคม 2553 เวลา 17.00น.

รถบรรทุกพ่วงชนรถตู้ที่อำเภอแก้งคร้อ ไฟลุกท่วมคลอกตาย 13 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย เหตุเกิดบนถนน 201 ชัยภูมิ-ชุมแพ รถตู้ทะเบียน 32-7317 กท รถบรรทุกพ่วง ทะเบียน 81-6449 และ 81-6450

หนุ่มปอร์เช่ชนสาวลาวขาด 2 ท่อน รถปอร์เช่สีขาวทะเบียน 1352 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2554 เวลา 18.00

แอนนารีส ดารา-นางแบบชื่อดัง ซิ่งเบนซ์หรู พุ่งเสยท้ายรถจราจรภาค7 บนมอเตอร์เวย์ รอง สวป คอหักตายคาเบาะ เมื่อวันที่ 26มิ.ย 2558 เวลา 3:00น. ทะเบียน กก9379 สุพรรณบุรี และรถเบนซ์ ทะเบียน 1กต3344

  • คดีเหตุสลด เบนซ์พุ่งชนฟอร์ด ไฟไหม้คลอกตาย2ศพ รถเบนซ์ทะเบียน ษง3333 กรุงเทพมหานคร วันที่ 18มี.ค 2559
  • สำหรับเหตุการณ์อุบัติเหตุสำคัญทางการบิน มีบันทึกไว้ในอดีตจนปัจจุบัน ดังต่อไปนี้ ……….
  • อุบัติเหตุ เครื่องบินชนกันบนรันเวย์ 27มีนาคม2520สายการบิน KLM กับ PAN AM เที่ยวบิน KL4805/PA1736 นอกชายฝั่งโมร็อกโก ทำให้มีผู้เสียชีวิต248/335รวม583
  • 27เมษายน2553การบินไทย เครื่องรุ่น Hawker Siddeley HS-748 เที่ยวบินTG231 เกิดอุบัติเหตุทำให้มีผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่บนเครื่องเสียชีวิต40คนจากผู้โดยสารทั้งสิ้น53คน รอดชีวิตราวปฏิหาริย์ เพียง13คนเท่านั้น
  • หนึ่งในจำนวนนั้นคือนายสมพร กลิ่นพงศาผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายในขณะนั้น
  • วันที่31กรกฎาคม2535การบินไทย เที่ยวบิน TG311 Airbus A310-304 ประสบอุบัติเหตุชนภูเขาขณะลดระดับ เตรียมลงจอดที่ท่าอากาศยานกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาลผู้โดยสาร99คนลูกเรือ12คนรวม111คนเสียชีวิต
  • ทั้งหมด

เสริมจมูก ศัลยกรรมยอดนิยม มีกี่ประเภท กี่แบบ แล้ว เสริมจมูกอย่างไรให้เข้ากับหน้าของตัวเอง

ประเภท เสริมจมูก ศัลยกรรมยอดนิยม

เสริมจมูก คือการผ่าตัดศัลยกรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้จมูกเรานั้นดูดีขึ้นกว่าเดิม หรืออาจจะสวยขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง เสริมจมูก ก็มีหลายแบบซึ่งทำให้เรานั้นสามารถเลือกแบบที่เหมาะสมที่สุดและดีที่สุดให้เราได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น

เราก็ควรที่จะสอบถามหรือปรึกษาปัญหากับแพทย์ผู้ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกันเมื่อเรานั้นตัดสินใจที่จะทำแล้ว งั้นเรามารู้กันดีกว่าค่ะว่าการเสริมจมูกนั้นมีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน

  • แบบที่ 1.การเสริมจมูกแบบปิด คือ การผ่าตัดด้านในของรูจมูก ซึ่งวิธีนี้จะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นด้านนอกเป็นวิธีที่หลายคนนั้นนิยมเสริมกัน
  • แบบที่ 2.การเสริมจมูกแบบเปิด ซึ่งวิธีนี้จะต้องผ่าตัดทั้งภายในและภายนอกของรูจมูก ซึ่งผู้ที่ทำวิธีนี้นั้นจะต้องทำไปเพื่อจัดแต่งและแก้ไขไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้างหรือฐานจมูกนั่นเอง
  • แบบที่ 3.การเสริมจมูก แบบที่ 3 นี้เค้าเรียกกันว่าแบบ Korea Technique ซึ่งจะมีสามกระบวนการนั่นก็คือ ผ่าตัดแบบเปิดเพื่อที่จะเข้าไปตกแต่งปลายจมูกให้สวยขึ้น และเสริมด้วยซิลิโคนที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ดูโด่งขึ้นและกระบวกการสุดท้ายทุบจมูกเพื่อลดขนาดซึ่งที่ประเทศเกาหลีนิยมทำวิธีนี้กันเป็นส่วนใหญ่

หากเรานั้นอยากจะเสริมเราต้องดูลักษณะของใบหน้าของเราด้วย เพื่อที่จะให้จมูกนั้นออกมาสวยสมดุลรับกับใบหน้าพอดี ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ปัญหาจะเกิดขึ้นกับบางคน เพราะบางคนนั้นเอาความของตนเองเป็นหลัก

โดยที่ไม่คำนึงถึงลักษณะจมูกทรงเดิมของตัวเอง หากใครที่ไม่อยากเจอปัญหานี้ แนะนำให้ปรึกษาและฟังคำแนะนำจากคุณหมอจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยและก่อนที่จะเสริมจมูกก็ควรที่จะหาคลินิกที่สามารถไว้ใจได้

วิธีการตรวจสอบว่าจมูกเบี้ยวหลังทำศัลยกรรมจมูก

ทำได้โดยจะพิจารณาได้จากจุดกึ่งกลางระหว่างขนคิ้ว หัวตา แล้วก็จุดกึ่งกลางของปลายจมูก ซึ่งควรอยู่กลางของปากบน ซึ่งหากไม่เป็นไปตามแนวนี้แสดงว่าจมูกเบี้ยว ซึ่งปัญหาจมูกเบี้ยวนั้น ทางด้านการแพทย์ให้ความ

เห็นว่าสามารถเกิดขึ้นภายหลังการทำศัลยกรรมเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน โดยมีอยู่ด้วยกัน สามรูปแบบ คือ ลักษณะโคนเอียงหมายถึงรอบๆ หว่างคิ้ว แล้วก็ หัวตาเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง,ลักษณะปลายเอียงเป็นรอบๆโคน

ตรงปกติ แต่ว่าส่วนปลายจมูกเอียง และแท่งจมูกเอียงทั้งหมด

เมื่อพบว่าจมูกเบี้ยวหลังการเสริมจมูกแล้วจะใช้เวลาในการปรับแต่งได้ดังต่อไปนี้

จมูกเบี้ยวทันทีหลังทำ เกิดจากสาเหตุสองประการคือ ดั้งจมูกเดิมไม่ตรงอยู่แล้วพอมาเสริมจมูกด้วยซิลิโคนเลยเบี้ยวตามแนวเดิมของจมูก กับอีกสาเหตุหนึ่งคือหมอเหลาซิลิโคนไม่ตรงกับรูปทรงจมูกคนไข้ปัญหานี้สามารถ

แก้ไขได้โดยการเหลาซิลิโคนให้พอดีรับกับทรงจมูก

จมูกเบี้ยวภายหลังทำไปได้ 1-2 อาทิตย์ อันนี้มีต้นเหตุมาจากตอนจมูกยุบบวมด้วยความเร็วแตกต่างกัน ทำให้มีการดันไปอีกด้าน สามารถแก้ไขได้โดยการดันรอบๆที่เบี้ยวให้ตรงได้เอง แต่หากดันไม่ไป ให้มาพบแพทย์

โดยทันที เพราะว่าเป็นผลมาจากการเหลาซิลิโคนไม่แนบกับฐานจมูก ซึ่งปัญหานี้ต้องให้แพทย์ประเมิน

สิ่งที่คุณควรจะรู้ก่อนที่จะเสริมหน้าอกให้ได้ผลดีที่สุด!!

การเสริมหน้าอกหรือการทำนมนั้น เป็นวิธีการผ่าตัดที่ทำได้โดยใส่ถุงซิลิโคนหรือถุงน้ำเกลือเข้าไปที่ใต้หน้าอก ผลลัพธ์ที่ได้คือขนาดของหน้าอกที่ใหญ่ขึ้น รูปร่างของหน้าอกที่สวยงามและเท่ากัน รวมถึงช่องอกที่ชัดเจนกว่าเดิม ส่งผลให้มีความมั่นใจในรูปร่างมากยิ่งขึ้นนั้นเองและจะทำยังไงล่ะเรามาดูข้อที่ควรรู้ก่อนจะตัดสินใจเสริมหน้าอก

ใครบ้างที่สามารถทำหน้าอกให้เราได้

การเสริมหน้าอกอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยความงามหรือเป็นการทำหน้าอกภายหลังการผ่าตัดเต้านมในผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมก็ได้

การเสริมหน้าอกเพื่อความงามนั้นมีข้อกำหนดอายุของผู้เข้ารับการเสริม เนื่องจากขนาดหน้าอกของผู้หญิงจะยังสามารถเพิ่มขึ้นได้จนถึงช่วงวัยรุ่นตอนปลายหรือประมาณอายุ 20 ปีต้น ๆ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกากำหนดผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยการใช้ถุงน้ำเกลือได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ส่วนการเสริมหน้าอกประเภทใช้ถุงเจลซิลิโคนต้องมีอายุ 22 ปีขึ้นไป

สำหรับการผ่าตัดเสริมสร้างหน้าอกในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่จำเป็นต้องตัดเต้านมออกไป เพื่อให้กลับมามีหน้าอกทั้ง 2 ข้างเป็นปกติจะไม่มีข้อกำหนดอายุ สามารถทำได้ไม่ว่าผู้ป่วยอายุเท่าใดก็ตาม

ข้อห้ามของการทำหน้าอก

ในบางกรณี การทำหน้าอกมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้สูง และไม่คุ้มกันเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับ ผู้ที่มีอาการติดเชื้อบริเวณใด ๆ ของร่างกาย ป่วยเป็นโรคมะเร็งหรือเคยมีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมที่ยังไม่ได้รับการรักษาจนหายดี และหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรจะไม่แนะนำให้รับการเสริมหน้าอกเนื่องจากกระบวนการผ่าตัดที่ใช้อาจมีผลต่อการรักษาอาการติดเชื้อหรือโรคมะเร็ง และเป็นข้อคำนึงด้านความปลอดภัยของหญิงกำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร นอกจากนี้ ภาวะเหล่านี้ยังส่งผลถึงการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดด้วย สำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ การผ่าตัดเสริมหน้าอกจึงทำได้ในกรณีที่เป็นการรักษาตามคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น

ข้อควรระวังของการทำหน้าอก

การทำหน้าอกอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น ผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ตนเอง
  • ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ รวมถึงการรับประทานยาที่ทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลงด้วย
  • มีภาวะที่ส่งผลต่อการรักษาแผลหรือกระบวนการหยุดเลือดของร่างกาย
  • ภาวะที่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อที่หน้าอกน้อยลง
  • ต้องทำเคมีบำบัดหรือหรือรังสีบำบัดภายหลังจากการเสริมหน้าอก
  • มีภาวะซึมเศร้าหรือความผิดปกติทางสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น ผู้ป่วยที่คิดว่าตนเองมีรูปร่างผิดปกติ มีโรคการกินผิดปกติ มีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือภาวะสุขภาพทางจิตทั้งหลาย ควรได้รับการรักษาให้หายดีหรือมีอาการทรงตัวก่อนเข้ารับศัลยกรรมเสริมหน้าอก

ประเภทของการทำหน้าอก

การทำหน้าอกมีหลายประเภท แบ่งตามวัสดุที่นิยมใช้ใส่เข้าไปเสริมในหน้าอกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ การใช้ถุงซิลิโคน และการใช้ถุงน้ำเกลือซึ่งมีใช้น้อยกว่า โดยแพทย์อาจพูดคุยแนะนำถึงรูปร่างและประเภทของการเสริมเต้านมที่เหมาะสมกับแต่ละคน ซึ่งแต่ละวิธีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกันไป

การใช้ถุงซิลิโคนเจล เป็นการเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนที่ภายในประกอบด้วยซิลิโคนเจล มีหลายขนาดให้เลือก และมีทั้งพื้นผิวเรียบและผิวทราย ซิลิโคนที่ใช้อาจเป็นชนิดอ่อนนุ่มหรือชนิดแข็งก็ได้ โดยภายในมีการเติมเจลซิลิโคนชนิดหนาแน่นไว้ นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีถุงซิลิโคนชนิดที่เคลือบด้วยยางโพลียูรีเธนด้วย

การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนเจลนี้อนุญาตให้ใช้ในหญิงอายุ 22 ปีขึ้นไป หรืออายุเท่าใดก็ได้กรณีที่ผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมแทนเต้านมที่ถูกตัดเท่านั้น

ข้อดีของซิลิโคนเจลคือมีโอกาสเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้น้อยกว่าการใช้ถุงน้ำเกลือ และหากเป็นชนิดอ่อนนุ่มก็จะให้ความรู้สึกเหมือนหน้าอกธรรมชาติ ส่วนซิลิโคนชนิดที่เคลือบด้วยยางโพลียูรีเธนนั้นมีการอ้างถึงคุณสมบัติในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดรัดรอบเต้านมเทียมและการเคลื่อนที่ของซิลิโคนด้วย

ส่วนข้อเสียก็มีเช่นกัน ถุงเจลซิลิโคนแบบอ่อนนุ่มที่เกิดฉีกขาด อาจส่งผลให้ซิลิโคนแพร่กระจายไปยังเต้านม ซึ่งจะตรวจเจอได้จากการสแกนเต้านมเท่านั้น และจำเป็นต้องผ่าตัดเอาซิลิโคนที่เสริมหน้าอกออกมา ปัญหานี้สามารถหลีกเลี่ยงด้วยการใช้ซิลิโคนชนิดหนาแน่นแทน แต่ซิลิโคนชนิดนี้อาจให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนซิลิโคนแบบเคลือบยางโพลียูรีเธนก็มีข้อเสียที่อาจไปทำปฏิกิริยากับผิวหนังได้ชั่วคราวเช่นกัน

การใช้ถุงน้ำเกลือ เป็นถุงซิลิโคนเหมือนประเภทแรก แต่ภายในเติมด้วยสารละลายน้ำเกลือแทน อาจมีการเติมไว้ก่อนผ่าตัด หรือเติมเข้าไปในระหว่างการผ่าตัดก็ได้ มีหลายขนาดให้เลือกและมีทั้งเปลือกซิลิโคนแบบเรียบหรือมีพื้นผิว การเสริมหน้าอกด้วยถุงน้ำเกลือนี้ทำได้เฉพาะในผู้หญิงที่อายุ 18 ปีขึ้นไป แต่หากเป็นการผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ตัดเต้านมไปก็สามารถทำเมื่ออายุเท่าใดก็ได้

การเสริมหน้าอกด้วยถุงน้ำเกลือมีข้อดี คือ หากเต้านมที่เสริมฉีกขาด น้ำเกลือภายในจะค่อย ๆ ถูกร่างกายดูดซึมไปหรือขับออกจากร่างกาย จึงทำให้ปลอดภัยต่อร่างกาย ส่วนข้อเสียของการใช้ถุงน้ำเกลือ คือเรื่องความคงทน ที่อาจฉีกขาดได้เร็วกว่าถุงเจลซิลิโคน เพราะถุงน้ำเกลือจะแฟบลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป และยังเสี่ยงต่อการเกิดรอยเหี่ยวย่น

 

ขอบคุณแหล่งที่มา และอ่านต่อได้ที่ : http://nationalbba.com/knowledge/201801101

อ่านต่อเรื่องราวสาระดีๆต่อได้ที่ : http://timelessidaho.com/

เบอร์เก่าทำไมต้องเปลี่ยน เลขเศรษฐี ดีอย่างไร

เบอร์โทรศัพท์ ที่เป็น เบอร์มงคล นับเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อผู้คนในสังคมมาก เพราะ เบอร์โทรศัพท์ได้เชื่อมจิตของผู้โทร กับผู้รับสาย ผ่านกระแสแห่งคลื่นความถี่ โดยมีตัวเลขของเบอร์โทรศัพท์เปรียบเสมือนเลขประตูที่หาห้องที่จะสามารถบอกได้ว่าผู้ที่อยู่ในห้องนั้นจะมีห้องที่มีความพร้อมอย่างไร ดั้งนั้นผู้ที่ใช้เบอร์โทรที่ไม่ดีก็เหมือนเราอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีความสะดวกคับแคบหรือสถานที่มีสิ่งอัปมงคลซ่อนอยู่ก็ได้

คนที่ใช้เบอร์เดิมที่มีตัวเลขที่เป็นเลขที่เสียมากๆ(เลขคู่เสีย) ควรระวังเหตุการณ์การร้ายๆอาจเกิดขึ้นตามคำนายของเบอร์เดิมโดยเฉพาะสำหรับเหตุการณ์ร้ายที่ยังไม่เกิดขึ้น อาจจะเกิดแบบ เหมารวม ทั้งหมดในคราวเดียวกัน ทั้งอุบัติเหตุ ความขัดแย้ง โรคภัยไข้เจ็บ ตลอดจนความสูญเสียอะไรบางอย่างไปย่างไม่อาจจะแก้ไขได้

เบอร์มงคล เป็นพลังคิดในด้านบวก หรือ คิดในด้านลบที่เกิดขึ้นจากการใช้เบอร์โทรศัพท์ที่เป็นมงคลหรือไม่เป็นมงคลนั้นๆ จะสั่งจิตส่วนลึกของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา เป็นดังพลังงานที่มีอำนาจมหาศาลของจิตจะทำให้เกิดสิ่งที่ดี หรือ สิ่งที่ร้าย ได้อย่างหน้าประหลาดใจ การเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่นั้นจะถือว่าเป็นเรื่องว่าใหญ่ก็ใหญ่ หรือ จะถือว่าเป็นเรื่องเล็กก็เล็ก หลายคนอยากที่จะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ให้เป็นเบอร์มงคล แต่ก็มีเรื่อง มีข้ออ้างโน่นนี่นั่น จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเบอร์ใหม่ซักที ทำในชีวิตต้องจมอยู่กับความไม่สบายใจที่คิดอยู่ตลอดเวลาว่า ใช้เบอร์ไม่ดีอยู่

การเปลี่ยน เบอร์มงคล ใช้กับโทรศัพท์ของเราให้ได้ผลทางความเป็นมงคลที่แรงและเร็ว ต้องเกิดมาจากความตั้งใจของเจ้าของ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม การที่จะเปลี่ยนเบอร์มงคลนั้น ควรเปลี่ยนด้วยความสมัครใจและเต็มใจของผู้ใช้เบอร์นั้นๆเป็นที่ตั้งถึงจะทำให้ผู้ที่ใช้เบอร์นั้นได้ผลทางกระแสแห่งพลังความเป็นมงคลได้อย่างเต็มที่ๆสุดครับ

การเปลี่ยนเบอร์ใหม่ให้ได้ผลที่ดีมากที่สุดคือการที่ผู้ใช้เบอร์มงคลควรจะต้องเริ่ม ปรับเปลี่ยน และ เปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย ให้เหมือนเปลี่ยนเบอร์ใหม่ก็ให้ทำตัวเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเก่าครับ การใช้เบอร์มงคลนั้นถ้าผู้ใช้เบอร์มงคลหมั่นทำความดี คิดบวก ขยัน คิดเสมอว่าสิ่งที่อยู่กับตัวนั้นดีแล้ว ดีแล้ว ดีแล้ว แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำในสิ่งที่ตนคิดไว้และต้องให้คิดอยู่เราทำได้ เราทำได้ เราทำได้ สิ่งดีๆที่เราคิดไว้ก็จะถูกดึงดูดเข้ามาหาตัวเราเอง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้เบอร์มงคลให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้เบอร์มงคล คือ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าตัวท่านเอง โดยเบอร์มงคลมีผลต่อดวงชะตา 0ถึง30% อีก 70%ถึง100% ขึ้นอยู่กับกรรม กรรมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกรรมเก่าตั้งแต่ชาติที่แล้วนะครับ แต่กรรมในที่นี้ หมายถึง การกระทำคือทำดีก็ย่อมต้องได้ในสิ่งที่ดี(ถึงจะมาช้าแต่มาชั่ว) แต่ในทางกลับกันการทำในสิ่งที่ไม่ดีก็ย่อมได้สิ่งที่ไม่ดีกลับไปเช่นกันครับ ถึงให้ท่านผู้ที่ใช้เบอร์มงคล เลขเศรษฐี เลขหงส์ หรือ เลขมังกร ไม่ทำงานก็ไม่มีทางมีเงินครับ ดั้งนั้นให้ทำในสิ่งที่ดีเป็นหลักครับ แล้วถือว่าใช้เบอร์มงคลเป็นเอาความสบายใจให้กลับตัวเองเพื่อทำให้มีกำลังใจ มีชีวิตที่คิดบวก+ จะได้มีสิ่งที่ดีๆตามที่ตั้งใจในการซื้อเบอร์มงคลมาใช้ครับ ขอให้ทุกท่านเลือกซื้อและใช้เบอร์มงคลด้วย สติ และ ปัญญาที่เป็นมงคลทุกท่านนะครับ

เลขเศรษฐี 456 และ 654

เลขกลุ่มตัวเลขที่ส่งเสริมให้ ฉลาดในการหาช่องทางทำเงิน สร้างรายได้ ส่งเสริมให้มีความเจริญรุ่งเรืองในฐานนะความเป็นอยู่ ในการทำสิ่งใดมีแผนการดี มีเป้าหมายชัดเจน ขยันขันแข็งไม่ชอบอยู่กับที่ ผู้คนยอมรับนับถือ ดวงชะตาชีวิตโดดเด่น มีผู้คนชื่นชมและรักใคร่ ความสำเร็จในชีวิตจะได้มาจากความสามารถของตนเอง เลขกลุ่มนี้จะกระตุ้นความสามารถหารายได้ ทำให้หารายได้จากหลายช่องทาง เป็นเลขขยันในการทำมาหากิน บุญหนุนนำส่งเสริมให้มีอำนาจบารมี ชีวิตมักจะมีโชคดีอยู่เนืองๆ มักจะประสบโชคดีอย่างไม่คาดฝันอยู่บ่อยๆ สติปัญญาเป็นเลิศ จะได้รับความร่วมมือจากทุกวงการเป็นอย่างดี เป็นเลขดีมากที่สุดในด้านความสำเร็จในด้านการเงินและฐานะความเป็นอยู่มากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มตัวเลขที่มีมงคลแก่ชีวิตผู้ครอบครองชุดกลุ่มตัวเลขกลุ่มนี้ ทำหน้าที่การงานสิ่งใดก็จะประสบความสำเร็จได้โดยง่าย มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โต มีคนเคารพนับถือมากมาย ชีวิตจะถึงจุดสำเร็จสูงสุดได้อย่างไม่อยากเย็นครับ

กลุ่มตัวเลขนี้ จะแตกต่างจาก 789(มังกร)และ289(หงส์) ดังนี้

กลุ่มเลขหงส์มังกร

  • เข้มงวด แข็งก้าว มีอำนาจ
  • ใจใหญ่ ใจกว้า ใจนักเลง
  • ได้เงินมาเป็นก้อนใหญ่ ครั้งละมากๆ รวยก้าวกระโดด
  • ผู้คนให้ความยำเกรง เกรงกลัว
  • เหมาะสมกับผู้ที่ต้องมีบารมี

กลุ่มเลขเศรษฐี

  • มองโลกแง่ดี ผู้คนยอมรับนับถือ(อุปถัมภ์)
  • ขยัน ฉลาด มีเป้าหมายในชีวิต
  • เงินเข้าไม่ขาดมือเข้าตลอด ฐานะรำรวย(มั่นคง)
  • ผู้คนชื่นชมรักใคร
  • เหมาะสำหรับผ็ที่ต้องการความมั่นคงในชีวิต

ในหลายบทความที่ผมได้เขียนขึ้นมาได้ย้ำอยู่เสมอว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้เบอร์มงคล คือ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าตัวท่านเองครับ โดยเบอร์มงคลมีผลต่อดวงชะตา 0ถึง30% อีก 70%ถึง100% ขึ้นอยู่กับกรรม กรรมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกรรมเก่าตั้งแต่ชาติที่แล้วนะครับ แต่กรรมในที่นี้ หมายถึง การกระทำคือทำดีก็ย่อมต้องได้ในสิ่งที่ดี(ถึงมาช้าแต่มาชั่ว) แต่ในทางกลับกันการทำในสิ่งที่ไม่ดีก็ย่อมได้สิ่งที่ไม่ดีกลับไปเช่นกันครับ ถึงให้ท่านผู้ที่ใช้เบอร์มงคล เลขเศรษฐี เลขหงส์ หรือ เลขมังกร ไม่ทำงานก็ไม่มีทางมีเงินครับ ดั้งนั้นให้ทำในสิ่งที่ดีเป็นหลักครับ แล้วถือว่าใช้เบอร์มงคลเป็นเอาความสบายใจให้กลับตัวเองเพื่อทำให้มีกำลังใจ มีชีวิตที่คิดบวก+ จะได้มีสิ่งที่ดีๆตามที่ตั้งใจในการซื้อเบอร์มงคลมาใช้ครับ ขอให้ทุกท่านเลือกซื้อและใช้เบอร์มงคลด้วย สติ และ ปัญญาที่เป็นมงคลทุกท่านนะครับ

อ่านเรื่องราวสาระดีๆต่อได้ที่..http://timelessidaho.com

จริงหรือไม่จริง? กินไก่มากๆ จะเป็น “โรคเกาต์” มาดูคำตอบกันเลย!!

วันนี้เรามีสาระดีๆมาบอกต่อเนื่องจากเรานั้นชอบรับประทานอาหารที่มีเนื้อไก่เป็นส่วนประกอบหรือด้วยความที่ร้านอาหารที่เราไปทานนั้นชอบนำไก่มาเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างเช่น ข้าวมันไก่ ไก่ปิ้งนมสด ไก่ทอด เป็นต้นแต่ก็มีคนส่วนใหญ่ไม่เลือกรับประทานเนื้อไก่เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าทานเนื้อไก่มากๆกลัวจะเป็น “โรคเกาต์”  นั้นเอง วันนี้เรามีคำตอบมาให้ท่านแล้วไปดูกันเลย

ผศ.พญ.อัจฉรา กุลวิสุทธิ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เขียนบทความเกี่ยวกับโรคเกาต์เอาไว้ ดังนี้

โรคเกาต์ คืออะไร?

โรคเกาต์ เป็นโรคข้อซึ่งเกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานจนตกตะกอน ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ ซึ่งโรคนี้รักษาหายขาดได้ หากได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมและต่อเนื่อง

อาการของโรคเกาต์

อาการของโรค แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ

  1. ระยะข้ออักเสบเฉียบพลัน มักเกิดที่ข้อหัวแม่เท้า หรือข้อเท้า ข้อปวดบวมแดงรุนแรงใน 24 ชั่วโมงแรก หากไม่รักษาสามารถหายได้เองใน 5-7 วัน และส่วนใหญ่จะเป็นซ้ำ ๆ
  2.  ระยะไม่มีอาการ หลังจากข้ออักเสบหาย ผู้ป่วยจะไม่มีอาการใด ๆ
  3. ระยะเรื้อรัง หลังจากมีอาการซ้ำ 3-5 ปี ข้ออักเสบจะมีจำนวนมากขึ้น ลามมาที่ข้ออื่น ๆ และเกิดก้อนจากผลึกของกรดยูริกขนาดโตขึ้นเรื่อย ๆ อาจแตกเห็นเป็นผงขาวนวลคล้ายชอล์ก

กรดยูริก คืออะไร?

กรดยูริก ส่วนใหญ่ร่างกายสร้างเอง มีเพียงส่วนน้อยไม่ถึงร้อยละ 20 ที่ได้รับจากอาหาร คนปกติค่าในเลือดจะอยู่ในระดับไม่เกิน 7 มิลลิกรัม/เดซิลิตรในเพศชายและหญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ส่วนหญิงในวัยที่ยังมีประจำเดือนจะมีระดับไม่เกิน 6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ค่าที่สูงเกินกว่าระดับดังกล่าวถือว่ามีภาวะกรดยูริกสูง

ภาวะกรดยูริกสูงนี้สัมพันธ์กับภาวะอ้วน, พันธุกรรมในครอบครัว, ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ และยาแอสไพริน, โรคร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง, อาหารที่มีกรดยูริกสูง และเหล้าเบียร์ ดังนั้น ควรลดน้ำหนักตัว, งดเหล้า-เบียร์ และ ลดปริมาณอาหารที่มีกรดยูริกสูงลง

คนที่มีระดับกรดยูริกสูงจนทำให้เกิดโรคมีเพียงร้อยละ 10-20 เท่านั้น โดยเป็นโรคเกาต์ และ/หรือ เป็นนิ่วในไต กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเท่านั้นที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา

อาหารที่ทำให้มีกรดยูริกสูง ได้แก่

  • เหล้าและเบียร์
  • เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ, ไต, สมอง
  • อาหารทะเล
  • อาหารที่มีไขมันสูง เช่น ขนมเค้ก ขนมปัง น้ำหวาน น้ำผลไม้ที่มีรสหวาน

ส่วนสัตว์ปีก และ สัตว์เนื้อแดงที่มีปริมาณไขมันน้อย ไม่จำเป็นต้องงด ยกเว้นในผู้ป่วยรายที่มีประวัติว่ามีการกำเริบชัดเจนหลังรับประทานอาหารดังกล่าว สำหรับอาหารมังสวิรัติ และผักส่วนใหญ่มีปริมาณกรดยูริกค่อนข้างน้อย สามารถรับประทานได้ตามปรกติ

ยารักษาโรคเกาต์

ยาที่ใช้รักษามี 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  1. ยาควบคุมอาการข้ออักเสบ เพื่อป้องกันการกำเริบของข้ออักเสบ ได้แก่ ยาโคลชิซีน
  2. ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ควรให้ในระยะสั้นจนข้ออักเสบหายดี โดยแพทย์จะพิจารณาให้ในขนาดที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย เนื่องจากอาจมีข้อห้ามในผู้ป่วยบางราย ยาในกลุ่มนี้โดยเฉพาะยาโคลชิซีน สามารถให้ในขนาดต่ำเพื่อลดและควบคุมการกำเริบของข้ออักเสบในระยะยาวจนกว่าจะคุมระดับกรดยูริกในเลือดได้

ยาควบคุมระดับกรดยูริก ประกอบด้วย ยาลดการสร้างกรดยูริก ที่สำคัญได้แก่ ยาอัลโลพิวรินอล และยาเพิ่มการขับกรดยูริกทางไต ได้แก่ ยาโปรเบ็นนาซิด, ยาเบนโบรมาโรน และ ยาซัลฟินไพราโซน แพทย์จะเริ่มยากลุ่มนี้เมื่อข้ออักเสบหายดี และ ปรับขนาดยาจนคลุมระดับกรดยูริกในเลือดได้ในระดับ 5-6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และ ให้ยาต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ การใช้ยาจึงควรใช้อย่างระมัดระวังและเลือกใช้เฉพาะรายโดยแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากมีผลข้างเคียงและอาจมีผลกระทบต่อระดับยาบางชนิดได้

อย่างไรก็ตาม การรักษาตั้งแต่ระยะแรกของโรคจะได้ผลการรักษาดีมาก หากเริ่มรักษาช้า ต้องอาศัยระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีเพื่อให้ได้ผลดีและก้อนยุบลงข้ออักเสบจะหายได้และก้อนตะปุ่มตะป่ำจะยุบราบเป็นปกติได้

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยมีดังนี้

  • พบแพทย์แพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามผลการรักษา
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ได้แก่ การหยุดยาเอง/รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ, การดื่มเหล้าเบียร์, ในรายที่อาหารที่มีกรดยูริกสูงบางชนิดที่กระตุ้นการกำเริบของโรคควรหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าว, การนวด/บีบข้อ เป็นต้น
  • รักษาโรคร่วมและดูแลสุขภาพ ที่สำคัญได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันสูง, โรคหัวใจ, นิ่วไต, โรคอ้วน, และควรงดสูบบุหรี่
  • ไม่ห้ามอาหารใด ๆ ยกเว้นในบางรายที่มีข้ออักเสบ เมื่อรับประทานอาหารบางชนิด แนะนำหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าวชั่วคราว แต่เมื่อคุมระดับกรดยูริกได้แล้ว จะรับประทานอาหารได้ทุกประเภท

ทีนี้ก็เข้าใจตรงกันนะ คราวหน้าหยิบไก่ทอดทานได้เลยไม่ต้องกังวลอีกแล้ว เพียงแต่อย่าทานมากจนเกินไปก็แล้วกันนะจร้

อ่านเรื่องราวสาระดีๆต่อได้ที่..http://timelessidaho.com

สายตายาวเป็นอย่างไร และ สายตาสั้นเป็นอย่างไร เรามาดูกันเลย!!

สายตายาวหลายคนคงเข้าใจว่าเป็นสายตายาว ตามจริงสายตายาวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะคนแก่แต่กับเด็กก็เป็นได้สำหรับคนแก่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อาจเกิดสายตายาวได้เท่านั้น คือเป็นตรงกันข้าวกับสายตาสั้น ไม่สามารถที่จะมองเห็นวัตถุความละเอียดที่อยู่ใกล้ได้ต้องอยู่ไกลจึงจะมองเห็นได้ชัดเจน เหมือนว่าต้องยื่นออกให้ไกล สายตาคนแก่เกิดจากเลนส์ตาที่เสื่อมสภาพไปตามวัยจึงไม่สามารถที่จะปรับโฟกัสได้ชัดเจน

สายตายาว เป็นสายตาที่มองใกล้ไม่ได้เนื่องจากภาพจะตกหลังจุดโฟกัสหรือว่าเลยจุดโฟกัสออกไปอีก ซึ่งเกิดจากเลนส์ตามีกำลังขยายที่น้อยหรือว่าบางเกินไป หรือเกิดจากลูกยาวที่สั้นไป

สายตายาวเป็นอย่างไร

เกิดจากเลนส์ตาปิดปกติ มีความบางเกินไปทำให้กำลังขยายไม่เพียงพอต่อการที่จะให้ภาพนั้นตกลงจุดโฟกัส หากเรายืนวัตถุออกไปก็จะตกลงจุดโฟกัสพอดี
เกิดจากลูกตาสั้นกว่าปกติ จึงทำให้จุดโฟกัสเลื่อนมามากกว่าปกติ ภาพก็จะตกเลยจุดโฟกัสไป สายตาชนิดนี้คนจะเป้ฯมากที่สุดโดยเฉพาะคนไทยที่มีปัญหาเรื่องสายตามาก จะเกิดจากเด็กในระยะที่ดวงตายังไม่ขยายเป็นปกติ สายตายาวนี้มีผลกระทบมากกว่าสายตาสั้น เพราะการที่สายตายาวจะเห็นได้ชัดต้องทำการเพ่งมากกว่าสายตาสั้น จึงทำให้เกิดวิงเวียนศรีษะเมื่อใช้สายตาไปนานๆ และยังทำให้สายตาเสื่อมได้ง่าย และเป็นตาเขได้ ปัญหาคือเด็กที่เป็นจะไม่สามารถรู้ตัวได้ตามจริงมีเด็กที่สายตาในประเทศมีจำนวนมาก ดังนั้นผู้ปกครองควรพาไปตรวจ
สายตาคนแก่ สายตาคนแก่นี้เป็นได้เฉพาะคนมีอายุเพิ่มมากขึ้น อวัยวะต่างๆ ก็จะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา และเลนส์ตาก็เสื่อมด้วย เนื่องจากเลนส์ตาก็เหมือนเลนส์กล้องถ่ายรูปทำการปรับจุดโฟกัสต่างๆ ให้มีความชัดเจนตามภาพที่เราต้องการ แต่การเสื่อมเสื่อมของเลนส์ตาจึงส่งผลทำให้ภาพไม่ตกที่จุดโฟกัส ผู้ที่เป็นจะมีอายุ 35 ปีขึ้นไป และพบได้ในจำนวนมากขึ้นโดยเฉพาะคนไทย

การรักษา สายตายาวต้องใช้เลนส์นูนในการรักษา แต่พบว่าจะใส่ในยามต้องการเท่านั้นในเฉพาะตอนที่มองหนังสือหรือว่าต้องดูอะไรที่ละเอียด หากปกติไม่ได้เป็นมากจะใส่บ้างไม่ใส่บ้างเพราะสามารถที่จะมองเห็นได้ทั่วไป หากไม่ใช่จะเพ่งนานทำให้เมื่อยตา ทั้งสายตายาวและสายตาคนแก่จะใช้เลนส์ที่เหมือนกันหากมีลักษณะสาเหตุที่คล้ายกัน
ปัญหาทางสายตานั้นสายตาสั้นเป็นสายตาที่ผิดปกติมีปัญหาในการมองเห็นและเป็นปัญหาต่อผู้ที่เป็นไม่ใช่น้อย ยิ่งสายตาสั้นที่เราเห็นคนทั่วไปนั้นใส่แว่นบ้างมักจะเป็นตั้งแต่อายุยังน้อยก็มี ผู้ที่เป็นปัญหาสายตาสั้นตั้งแต่เด็กพ่อแม่ควรที่จะเอาใส่เป้นอย่างดีเพราะว่าในบางครั้งเด็กอาจจะไม่รู้ตัวเองว่าเป็น หากเป็นยังเด็กก็ควรที่จะจัดหาแว่นเพื่อใส่ในการแก้ปัญหายิ่งโตมากขึ้นอาจจะมีการเปลี่ยนแว่นบ่อยครั้งจนแว่นที่ใส่หนาขึ้น และพบว่ามีจำนวนเด็กที่สายตาสั้นเพิ่มมากขึ้น หากไม่แก้ไขแล้วจะเป็นผลต่อการเรียนเพราะว่าการอ่านหนังสือลำบากรวมถึงการมองเห็นกระดานด้วย และมีความเชื่อว่าเด็กที่ใส่แว่นมักเป็นเด็กที่เรียนเก่งแท้จริงคงไม่เกี่ยว เพราะคนที่มีปัญหาเรื่องสายตาจะใส่แว่นเพื่ออ่านหนังได้ชัดเจนเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการเอาใจใส่ในการเรียน แต่การใส่แว่นทำให้เป็นผลทางด้านจิตวิทยาในการเรียนได้

สายตาสั้น คือการมองเห็นในระยะไกไม่ชันเจนทำให้ยากลำบากต่อการมองเห็นวัตถุที่มีขนาดเห็นหรือว่ามีความละเอียด หากมองในระยะไกลจะเห็นเป็นภาพมัวๆ ดังนั้นหากต้องการที่มองเห็นให้ชัดเจนก็ต้องเอาสิ่งที่ต้องการมองเข้ามาใกล้ตา บุคคลที่สายตาสั้นนั้นจะมีภาพตกก่อนจุดโฟกัสของตา เนื่องจากเลนส์ตามีความหนาหรือว่าโค้งมากกว่าคนปกติ รวมถึงลุกตามีความยาวด้วย ส่งผลทำให้ภาพตกยังไม่ถึงจุดโฟกัส

การเกิดสายตาสั้นนั้นมีการสำรวจต่อคนทั่วโลกว่าคนที่สายตาสั้นส่วนมากเป็นชาวจีนและญี่ปุ่นเป็นที่สายตาสั้นมากกว่าชาติอื่นๆ และคนไทยถือว่ามีปัญหาน้อยมากส่วนมากเป้ฯสายตายาวกันแทน การเกิดคือเลนส์ตามีความหนาหรือว่าโค้งมากกว่าปกติจึงทำให้กำลังการขยายของภาพนั้นมากขึ้น และเกิดจากลูกตายาวกว่าคนปกติ จึงต้องมองสิ่งของไกลไม่ได้ต้องเลื่อนให้เข้ามาใกล้ สายตาสั้นไม่ใช่ความพิการแต่เป็นความผิดปกติของร่างกายเหมือนกับคนที่เกิดมามีสีผิว ความสูงไม่เท่ากันนั้นล่ะ อย่าได้วิตกกังวลเรื่องสายตาหรือนำไปคิดว่าเป้นปมด้อย เพราะสามารถใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปได้

สาเหตุการเกิดสายตาสั้น ที่พบทั่วไปมีสาเหตุจากการกรรมพันธุ์และสายตาสั้นทั่วไปปกติ

สายตาสั้นปกติ มักเกิดจากเลนส์ตาเสื่อมหรือหนากว่าปกติ เป้ฯสายตาสั้นที่พบได้บ่อยและทั่วไปแต่ในบางครั้งผู้ที่เป็นรู้จักปรับตัวเลยไม่รู้อะไรมาก เพราะว่าจะสั่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการเพ่งหรือการนำวัตถุเข้าใกล้ หากเป็นมากอาจจะต้องใส่แว่นแต่ไม่ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย อาจจะเปลี่ยนเมื่อมีอายุมากแล้ว
สายตาสั้นจากกรรมพันธุ์ เป็นสายตาสั้นที่เกิดจากพ่อแม่หรือว่าถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ เลยมักมีอาการตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งอาจจะเริ่มพบตั้งแต่อายุได้ 5 – 6 ขวบ และจะสั้นไปเรื่อยจนถึงอายุ 20 ปี ความสั้นของสายตาจะลดลง สายตาสั้นชนิดนี้มักเกิดจากลูกตายาวกกว่าปกติ นอกจากจะสั่นลงไปเรื่อยๆ เลยจำเป็นที่จะต้องตัดแว่นในทุกปี แล้วยังพบว่ามีปัญหาอย่างอื่นอีกอย่างเช่นทำให้ตาเสื่อมได้ง่าย วุ้นในตาเสื่อมคุณภาพเร็วเพราะว่ามีลูกตาที่ยาว จอภาพจะมีความบางและเสื่อมได้ง่ายเช่นกันรวมไปถึงเนื้อเยื้อเปราะง่ายด้วย

สายตาสั้นเป็นอย่างไร

การป้องกันและการรักษา การป้องกันคงเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับสาเหตุเกิดจากกรรมพันธุ์ แต่ก็ต้องดูแลไม่ให้เป็นมากขึ้น เช่นไม่อ่านหนังสือในที่แสงสว่างไม่พอไม่ใช้สายตาหนักไป กินอาหารให้ครบห้าหมู่เพื่อบำรุงสายตา ในคนที่สายตาสั้นจะใช้เลนส์เว้าในการแก้ไขเพราะว่าเลนส์เว้าจะกระจายแสงให้ตกที่จุดโฟกัส