5 เหตุผล ทำไม”เบ็คแฮม” ถึงเป็นที่รักของแฟนบอลทั่วโลก

แฟนๆชาวไทย เพิ่งได้พบปะกับแกไปเมื่อไม่กี่วันก่อน แม้จะเลิกเตะบอลไปแล้ว แต่ เดวิด เบ็คแฮม ยังเป็นขวัญใจตลอดกาลของแฟนบอลทั่วโลก บทความฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเรื่องนี้ จะมาไขข้อสงสัยว่า ทำไมใครๆก็รัก เบ็คแฮม

1.บุคลิกภาพ


“ในสนามฟุตบอลยุคนี้ ไม่มีใครจะเหนือไปกว่า เมสซี่ และ โรนัลโด้
แต่สำหรับเรื่องราวนอกสนาม นักเตะที่ดีที่สุดคือ เดวิด เบ็คแฮม” ซีเนดีน ซีดาน ยอดโค้ช และอดีตเพื่อนช่วมทีมราชันชุดขาวกล่าวถึงแบ็คเฮม ด้วยบุคลิกภาพ การวางตัว ทำให้ได้รับการยกย่องจากสื่อทั่วโลกว่าเขาคือ “สุภาพบุรุษลูกหนัง”

2.ในสนามก็เทพ

อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ
จัดเป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยคุณภาพอันหาตัวจับยาก ทั้งการครองบอล เลี้ยงบอล ความยืดหยุ่นในตำแหน่งการเล่น และสิ่งที่เป็นยี่ห้อประจำตัวของเบ็คแฮมคือ ลูกฟรีคิก ที่เรียกว่าแม่นยำอย่างกับจับวาง..fifa55

3.หน้าตา


เชื่อได้เลยว่าแฟนๆหลายคงเคยตัดผมทรงเดียวกับเขา
ด้วยหน้าตาอันหล่อเหลาบวกกับสไตล์การตัดผมอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้แบ็คแฮมจัดเป็นผู้นำเทรนของผู้ชายในยุคปี 1999 – 2010

4.มูลค่าการตลาด


แม้เจ้าตัวจะเลิกเล่นไปแล้ว
แต่ชื่อเสียงของอดีตเด็กผีที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ยังสามารถสร้างเม็ดเงินได้เสมอ ทั้งพรีเซนเตอร์โฆษาให้ผลิตภัณฑ์ด้านกีฬา สินค้าอื่นๆ ตลอดจนมูลนิธิต่างๆ ยังคงมีชื่อของเบ็คแฮม

5.สุดยอดพ่อบ้าน


หลายคนคิดว่าการเกิดมาเป็นลูกของซุปเปอร์สตาร์ตลอดกาล mm88bet
อย่างเดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม จะสะดวกสบายไปทั้งชาติ แต่จริงแล้วไม่ใช่ทั้งหมด เพราะพี่เบ็คแกให้ลูก ทำงานพิเศษ หาค่าขนมเองตั้งแต่เริ่มโต เป็นเด็กเสริมในร้านอาหารบ้าง ล้างจานเล็กๆน้อยๆบ้าง กับเงินค่าแรงแค่ 2.68 เหรียญต่อชั่วโมง

ครั้งหนึ่งพ่อหนุ่มสุดหล่อ บรุคลิน เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “ผมเพิ่งได้รู้ว่าพ่อมีชื่อเสียงมากมายเพียงใด ตอนผมอายุ 13 แล้ว”

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอลได้ที่..https://goo.gl/jn1cvn

สิ่งที่คุณควรจะรู้ก่อนที่จะเสริมหน้าอกให้ได้ผลดีที่สุด!!

การเสริมหน้าอกหรือการทำนมนั้น เป็นวิธีการผ่าตัดที่ทำได้โดยใส่ถุงซิลิโคนหรือถุงน้ำเกลือเข้าไปที่ใต้หน้าอก ผลลัพธ์ที่ได้คือขนาดของหน้าอกที่ใหญ่ขึ้น รูปร่างของหน้าอกที่สวยงามและเท่ากัน รวมถึงช่องอกที่ชัดเจนกว่าเดิม ส่งผลให้มีความมั่นใจในรูปร่างมากยิ่งขึ้นนั้นเองและจะทำยังไงล่ะเรามาดูข้อที่ควรรู้ก่อนจะตัดสินใจเสริมหน้าอก

ใครบ้างที่สามารถทำหน้าอกให้เราได้

การเสริมหน้าอกอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยความงามหรือเป็นการทำหน้าอกภายหลังการผ่าตัดเต้านมในผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมก็ได้

การเสริมหน้าอกเพื่อความงามนั้นมีข้อกำหนดอายุของผู้เข้ารับการเสริม เนื่องจากขนาดหน้าอกของผู้หญิงจะยังสามารถเพิ่มขึ้นได้จนถึงช่วงวัยรุ่นตอนปลายหรือประมาณอายุ 20 ปีต้น ๆ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกากำหนดผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยการใช้ถุงน้ำเกลือได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ส่วนการเสริมหน้าอกประเภทใช้ถุงเจลซิลิโคนต้องมีอายุ 22 ปีขึ้นไป

สำหรับการผ่าตัดเสริมสร้างหน้าอกในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่จำเป็นต้องตัดเต้านมออกไป เพื่อให้กลับมามีหน้าอกทั้ง 2 ข้างเป็นปกติจะไม่มีข้อกำหนดอายุ สามารถทำได้ไม่ว่าผู้ป่วยอายุเท่าใดก็ตาม

ข้อห้ามของการทำหน้าอก

ในบางกรณี การทำหน้าอกมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้สูง และไม่คุ้มกันเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับ ผู้ที่มีอาการติดเชื้อบริเวณใด ๆ ของร่างกาย ป่วยเป็นโรคมะเร็งหรือเคยมีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมที่ยังไม่ได้รับการรักษาจนหายดี และหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรจะไม่แนะนำให้รับการเสริมหน้าอกเนื่องจากกระบวนการผ่าตัดที่ใช้อาจมีผลต่อการรักษาอาการติดเชื้อหรือโรคมะเร็ง และเป็นข้อคำนึงด้านความปลอดภัยของหญิงกำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร นอกจากนี้ ภาวะเหล่านี้ยังส่งผลถึงการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดด้วย สำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ การผ่าตัดเสริมหน้าอกจึงทำได้ในกรณีที่เป็นการรักษาตามคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น

ข้อควรระวังของการทำหน้าอก

การทำหน้าอกอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น ผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ตนเอง
  • ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ รวมถึงการรับประทานยาที่ทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลงด้วย
  • มีภาวะที่ส่งผลต่อการรักษาแผลหรือกระบวนการหยุดเลือดของร่างกาย
  • ภาวะที่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อที่หน้าอกน้อยลง
  • ต้องทำเคมีบำบัดหรือหรือรังสีบำบัดภายหลังจากการเสริมหน้าอก
  • มีภาวะซึมเศร้าหรือความผิดปกติทางสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น ผู้ป่วยที่คิดว่าตนเองมีรูปร่างผิดปกติ มีโรคการกินผิดปกติ มีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือภาวะสุขภาพทางจิตทั้งหลาย ควรได้รับการรักษาให้หายดีหรือมีอาการทรงตัวก่อนเข้ารับศัลยกรรมเสริมหน้าอก

ประเภทของการทำหน้าอก

การทำหน้าอกมีหลายประเภท แบ่งตามวัสดุที่นิยมใช้ใส่เข้าไปเสริมในหน้าอกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ การใช้ถุงซิลิโคน และการใช้ถุงน้ำเกลือซึ่งมีใช้น้อยกว่า โดยแพทย์อาจพูดคุยแนะนำถึงรูปร่างและประเภทของการเสริมเต้านมที่เหมาะสมกับแต่ละคน ซึ่งแต่ละวิธีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกันไป

การใช้ถุงซิลิโคนเจล เป็นการเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนที่ภายในประกอบด้วยซิลิโคนเจล มีหลายขนาดให้เลือก และมีทั้งพื้นผิวเรียบและผิวทราย ซิลิโคนที่ใช้อาจเป็นชนิดอ่อนนุ่มหรือชนิดแข็งก็ได้ โดยภายในมีการเติมเจลซิลิโคนชนิดหนาแน่นไว้ นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีถุงซิลิโคนชนิดที่เคลือบด้วยยางโพลียูรีเธนด้วย

การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนเจลนี้อนุญาตให้ใช้ในหญิงอายุ 22 ปีขึ้นไป หรืออายุเท่าใดก็ได้กรณีที่ผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมแทนเต้านมที่ถูกตัดเท่านั้น

ข้อดีของซิลิโคนเจลคือมีโอกาสเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้น้อยกว่าการใช้ถุงน้ำเกลือ และหากเป็นชนิดอ่อนนุ่มก็จะให้ความรู้สึกเหมือนหน้าอกธรรมชาติ ส่วนซิลิโคนชนิดที่เคลือบด้วยยางโพลียูรีเธนนั้นมีการอ้างถึงคุณสมบัติในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดรัดรอบเต้านมเทียมและการเคลื่อนที่ของซิลิโคนด้วย

ส่วนข้อเสียก็มีเช่นกัน ถุงเจลซิลิโคนแบบอ่อนนุ่มที่เกิดฉีกขาด อาจส่งผลให้ซิลิโคนแพร่กระจายไปยังเต้านม ซึ่งจะตรวจเจอได้จากการสแกนเต้านมเท่านั้น และจำเป็นต้องผ่าตัดเอาซิลิโคนที่เสริมหน้าอกออกมา ปัญหานี้สามารถหลีกเลี่ยงด้วยการใช้ซิลิโคนชนิดหนาแน่นแทน แต่ซิลิโคนชนิดนี้อาจให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนซิลิโคนแบบเคลือบยางโพลียูรีเธนก็มีข้อเสียที่อาจไปทำปฏิกิริยากับผิวหนังได้ชั่วคราวเช่นกัน

การใช้ถุงน้ำเกลือ เป็นถุงซิลิโคนเหมือนประเภทแรก แต่ภายในเติมด้วยสารละลายน้ำเกลือแทน อาจมีการเติมไว้ก่อนผ่าตัด หรือเติมเข้าไปในระหว่างการผ่าตัดก็ได้ มีหลายขนาดให้เลือกและมีทั้งเปลือกซิลิโคนแบบเรียบหรือมีพื้นผิว การเสริมหน้าอกด้วยถุงน้ำเกลือนี้ทำได้เฉพาะในผู้หญิงที่อายุ 18 ปีขึ้นไป แต่หากเป็นการผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ตัดเต้านมไปก็สามารถทำเมื่ออายุเท่าใดก็ได้

การเสริมหน้าอกด้วยถุงน้ำเกลือมีข้อดี คือ หากเต้านมที่เสริมฉีกขาด น้ำเกลือภายในจะค่อย ๆ ถูกร่างกายดูดซึมไปหรือขับออกจากร่างกาย จึงทำให้ปลอดภัยต่อร่างกาย ส่วนข้อเสียของการใช้ถุงน้ำเกลือ คือเรื่องความคงทน ที่อาจฉีกขาดได้เร็วกว่าถุงเจลซิลิโคน เพราะถุงน้ำเกลือจะแฟบลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป และยังเสี่ยงต่อการเกิดรอยเหี่ยวย่น

 

ขอบคุณแหล่งที่มา และอ่านต่อได้ที่ : http://nationalbba.com/knowledge/201801101

อ่านต่อเรื่องราวสาระดีๆต่อได้ที่ : http://timelessidaho.com/

7 ข้อห้ามเรื่องผม ที่คุณควรรู้ กับ 8 วิธีบอกลาผมร่วง และ วิธีเลือกผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมอย่างไรดีถึงจะดี

7 ข้อห้ามเรื่องผม คุณควรรู้ ไม่ว่าคุณจะมีผมที่ยาวหรือผมสั้นนั้นก็ไม่ควรทำให้ผมของคุณเสียสุขภาพไป ไปดูกันเลยดีกว่าว่าทั้ง7 ข้อนี้มีอะไรบ้างไปกันเลย!!

  1. อย่าเผลอฉีกปลายผมแตกปลายเล่น เพราะจะยิ่งทำให้ผมเสีย และแตกปลายมากยิ่งขึ้น ทางที่ดีควรเล็มปลายผมออกด้วยกรรไกรค่ะ
  2. อย่าเป่าผมด้วยลมร้อนขณะผมเปียกโชก เพราะจะทำให้หนังศีรษะแห้ง และผมก็แห้งกรอบด้วย
  3. อย่าแปรงผมเปียกโชกด้วยแปรงหรือหวีซี่ถี่ ควรใช้หวีซี่ห่างสางผม หรือนิ้วมือของเรานี่แหละ
  4. อย่ารัดผมขณะนอนหลับ เพราะไม่รู้ว่าในห้วงภวังค์นั้น เราจะพลิกตัวหรือหันศีรษะไปทางไหน และจะดึงรั้งผมให้หลุดร่วง โดยไม่จำเป็นหรือไม่
  5. อย่าสเปรย์ใกล้หนังศีรษะเกินไป มิเช่นนั้น สารเคมีจากสเปรย์จะติดหนึบและทำอันตรายต่อหนังศีรษะ
  6. อย่าใช้ยางรัดถุงรัดผม เนื่องจากความเหนียวของยาง จะดึงผมให้ขาดกลางและหลุดร่วง
  7. อย่าแปรงผมยาว จากโคนจรดปลายในคราวเดียว ควรแปรงครึ่งปลายก่อน แล้วค่อยแปรงครึ่งที่ติดกับหนังศีรษะ เพื่อป้องกันผมขาดและหลุดร่วง

สยบผมร่วงด้วยการกิน-นอน

ปัญหาผมร่วง ศีรษะล้านนั้นมีหลากหลายสาเหตุ หนังสือ ผม มงกุฎแห่งความสง่างาม โดย นายแพทย์สมนึก อมรสิริพาณิชย์ ได้ระบุถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาผมบางทั้งในผู้ชายและผู้หญิงไว้ว่า

เกี่ยวข้องกับสารอาหารและฮอร์โมน เช่น สตรีที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน กินยาคุมกำเนิด หรือโรคบางชนิดที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เช่น มีเนื้องอกที่สามารถผลิตฮอร์โมนนอกเหนือการควบคุมของร่างกาย รวมไปถึงความเครียดที่ทำให้ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไป และบางครั้งความผิดปกติของฮอร์โมน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารต่างๆ ทำให้ขาดสารอาหารจนผมหลุดร่วงได้

 

วิธีบอกลาผมร่วง

  1. อย่าให้ร่างกายขาดธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม ช่วยสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นตัวนำออกซิเจน ทำให้โครงสร้างของเส้นผมแข็งแรง 80-90 เปอร์เซ็นต์ พบว่า สตรีที่มีปัญหาสุขภาพผมในช่วงวัยหมดประจำเดือน มักมีภาวะเลือดจางร่วมอยู่ด้วย จึงควรกินอาหารที่มีธาตุเหล็กหรืออาหารเสริมธาตุเหล็ก
  2. งดชา กาแฟ เครื่องดื่มทั้งสองอย่างนี้ จะลดทอนความสามารถในการดูดซึมธาตุเหล็ก หากหลีกเลี่ยงได้จะช่วยได้มากทีเดียว
  3. กินวิตามินซี เป็นวิตามินที่ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น ดังนั้น จึงควรกินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
  4. หากกินยาคุมกำเนิด ควรเสริมวิตามินและแร่ธาตุ ยาคุมกำเนิดอาจทำให้ระดับของวิตามินบีรวม และสังกะสี ที่มีความสำคัญต่อเส้นผมลดลง จึงควรกินสารอาหารเหล่านี้เพิ่มเติม เช่น ข้าวโอ๊ต ธัญพืชไม่ขัดขาว ถั่วต่างๆ ผักใบเขียว
  5. อย่ากินวิตามินเอมากไป หากได้รับสารอาหารที่มีวิตามินเอสูงเกินจำเป็น อาจทำให้ผมร่วงได้ ดังนั้น จึงควรกินให้หลากหลาย ไม่มากหรือน้อยไปดีที่สุด
  6. กรดไขมันก็จำเป็นนะ กรดไลโนเลอิกและแอลฟาไลโนเลนิก เป็นสารที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง พบมากในเมล็ดธัญพืช ผักโขม ข้าวโอ๊ต
  7. หยุดเครียด อย่างที่กล่าวไปว่า ความเครียดทำให้ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ความอยากอาหารน้อยลง การดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่ เมื่อสารอาหารไปไม่ถึง เส้นผมก็หลุดร่วงได้เหมือนกันนะ ดังนั้น ทำจิตใจให้สบาย พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้สมองได้ผ่อนคลายดูบ้าง ช่วยได้เยอะ
  8. หลีกเลี่ยงมลพิษ ทั้งแอลกอฮอล์และสารโลหะหนัก ที่ปล่อยทิ้งออกมาจากกระบวนการผลิตและอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้การดูดซึมสารอาหารลดลง และสามารถสะสมในเส้นผมได้

หลักๆ แล้วต้องฝึกนิสัยการกินอยู่ให้สมดุล กินอาหารให้หลากหลาย ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการ และที่สำคัญคือ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย หากิจกรรมหย่อนใจทำเวลาว่าง จะเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว ช่วยให้เส้นผมอยู่กับเราได้อีกนาน คอนเฟิร์มคะ

เลือกผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมอย่างมือโปร

เมื่อผมขาวถามหาหรือการเปลี่ยนสีผมนั้น  ก็ถึงเวลาที่ต้องหาผลิตภัณฑ์ปิดผมขาวคู่ใจมาใช้ และแน่นอนว่าคงต้องใช้ไปตลอดและสม่ำเสมอ เราจึงนำเทคนิคและวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาฝากผู้อ่านกัน

อะไรอยู่ในผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม

ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมมีมากมาย ทั้งยายอมผม ยากัดสีผม แชมพูปิดผมขาว ซึ่งสารเคมีที่พบบ่อยๆ จะอยู่ในกลุ่มแอมโมเนีย (Ammonia) และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) ที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ทำหน้าที่กัดคิวติเคิล (Cuticle) หรือชั้นเคลือบเส้นผมออก เพื่อให้สีที่ใส่ลงไปติดดีติดทนมากขึ้น

แต่แน่นอนว่า ผิวหนังรวมถึงเส้นผมของคนเราจะมีค่าพีเอชค่อนไปทางกรดจึงจะเกิดสมดุลมีความชุ่มชื้นเพียงพอ เมื่อสารดังกล่าวซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างสัมผัสผม จะทำให้ผมแห้งเสีย ชี้ฟูเพราะชั้นเคลือบเส้นผมถูกทำลาย ส่วนในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อาจเกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนัง เมื่อถูกสารดังกล่าวได้

ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมที่ลดหรือไม่ผสมสารอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นแอมโมเนีย ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือบางยี่ห้ออาจไม่ผสมทั้งสองอย่าง เพื่อรักษาสมดุลเส้นผม ลดอาการแพ้และกลิ่นฉุน แต่ในกรณีนี้จะทำให้สีย้อมผมติดไม่ทน ไม่นานก็หลุดออก จึงจำเป็นต้องย้อมซ้ำๆ

แล้วจะเลือกอย่างไร

หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารกัดสีผมดังกล่าว นั่นหมายถึงต้องเพิ่มความถี่ในการย้อมผมมากขึ้น เพราะผมขาวนั้นยังไงก็งอกใหม่เรื่อยๆ และสีจะหลุดง่ายกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีปกติจริงไหมคะ หมอจึงแนะนำให้พลิกข้างกล่อง สำรวจส่วนผสม เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติมีสารเคมีน้อยที่สุด ที่สำคัญคือ ผสมสารที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้เงางาม เช่น น้ำผึ้งซึ่งมีไข (Wax) ตามธรรมชาติ หรืออาจจะมีสารที่ออกฤทธิ์เป็นกรดเพื่อรักษาสมดุลของเส้นผม อย่างกรดแอมิโนต่างๆ กรดแล็กติกจากน้ำนม โยเกิร์ต ก็ใช้ได้เช่นกัน

ความถี่ในการใช้ผลิตภัณฑ์โดยทั่วไปควรอยู่ที่ 3-4 เดือนย้อม 1 ครั้ง แต่ในกรณีย้อมเพื่อปิดผมขาวแล้ว โคนผมงอกขึ้นมาใหม่ทุกเดือนอาจจะต้องย้อมปกปิดบ่อยขึ้น ดังนั้น การเลือกผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจึงดีกว่าการใช้สารเคมีล้วนๆ ค่ะ

10 อันดับนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลก

วันนี้เราจะมาพูดถึงเหล่าบรรดานักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในวงการฟุตบอลค้าตอบแทนที่มากจนคุณต้องร้องว้าว!!จะมีใครบ้างเชิญไปติดตามกันได้เลย

10.ปอล ป๊อกบา

ได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 290,000 ปอนด์/สัปดาห์
ห้องเครื่องชาวฝรั่งเศสย้ายกลับมาแมนฯยูด้วยค่าตัวสถิติโลกในตอนนั้นพร้อมกับรับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก

9.อองตวน กรีซมันน์

ได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 290,000 ปอนด์/สัปดาห์
หัวหอกของตราหมีรายนี้เพิ่งต่อสัญญาใหม่ เพราะตอนนั้นมีกระแสเกี่ยวกับการย้ายทีมทีมตราหมีเลยจับต่อสัญญาซะเลยโดยระบุค่าฉีกสัญญาเอาไว้ที่ 100 ล้านปอนด์..ดูบอลออนไลน์

8.กราเซียโน่ เปลเล่

ได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 300,000 ปอนด์/สัปดาห์
หัวหอกของอิตาลีรายนี้ย้ายไปอยู่กับซานตง ลู่เนิ่งในลีกจีนเมื่อปี 2016 พร้อมรับค่าเหนื่อยสุดโหด ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณสามเท่าจากของเดิมที่อยู่เซาแธมป์ตัน

7.ฮัลค์

ได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 320,000 ปอนด์/สัปดาห์
ฮัคล์นั้นย้ายมาจากเซนิตมาอยู่กับเซี้ยงไฮ้ เอสไอพีจีในปี 2016 ด้วยค่าตัวราวๆ 45 ล้านปอนด์

6.คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 365,000 ปอนด์/สัปดาห์
สำหรับโรนัลโด้นั้นนี่เคยสัญญาที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลกแต่ก็ต้องถูกบรรดาคลื่นลุกใหม่และลีกจีนที่อัดฉีดนั้นแซงไปแต่เจ้าตัวนั้นยังมีสัญญาส่วนตัวกับไนกี้และแทค ฮอยเออร์อยู่ด้วยซึ่งเป็นมูลค่ามหาศาล

5.ออสการ์

ได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 400,000 ปอนด์/สัปดาห์
มิดฟิลด์ชาวบราซิลรายนี้หลีกหนีจากความท้าทายในลีกอังกฤษเพื่อจะมาปั้มตังในลีกจีน ด้วยอายุที่ยังน้อยและยังสามารถยืนหยัดเล่นในลีกยุโรปได้อีกยาวนานแต่อย่างที่รู้กันเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร

4.เอเซเกล ลาเวซซี่

ได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 400,000 ปอนด์/สัปดาห์
ลาเวซซี่นั้นย้ายไปอยู่ เหอเป่ย ไชน่า ฟอร์จูน ท่ามกลางข่าวลือที่บอกว่าเขานั้นได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลกถึง 798,000 ปอนด์ แต่จริงๆแล้วนั้นทางสโมสรได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่าได้เพียง 400,000 ปอนด์เท่านั้น

3.ลีโอเนล เมสซี่

ได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 500,000 ปอนด์/สัปดาห์
สำหรับไอคอนของบาร์เซโลน่ารายนี้นั้น ถือว่ามีค่าเหนื่อยที่เพิ่มขึ้นตลอดที่มีข่าวการย้ายทีมสโมสรก็จะเร่งต่อสัญญาและอัพค่าเหนื่อยมากขึ้นเรื่อยๆตามความเหมาะสมเพราะปัจจุบันนี้ตลาดเงินในโลกฟุตบอลนั้นเฟ้อมาก

2.เนย์มาร์

ได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 600,000 ปอนด์/สัปดาห์
สำหรับรายนี้ไม่ต้องพูดถึงเพราะเขาคือเจ้าของสถิติโลกคนใหม่ที่ย้ายจากบาร์เซโลน่าไปเปแอสเช พร้อมกับรับประเคนค่าเหนื่อยที่เยอะที่สุดในยุโรป

1.คารอส เตเบซ

ได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 634,000 ปอนด์/สัปดาห์
มาถึงอันดับที่หนึ่งคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากกองหน้าจอมเกเรอย่างเตเบซ ขั้นแท่นเบอร์หนึ่งของโลกที่ได้นอนกินค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลกแถมยังทำผลงานให้กับต้นสังกัดได้อย่างน่าผิดหวังสุดๆ

อ่านต่อเรื่องราวสาระดีๆต่อได้ที่..https://goo.gl/PBVjW6

ราศีมังกร (Capricornus) กับความเป็นมาที่คุณอาจไม่รู้ มาก่อน

ราศีมังกร (Capricornus) ตามจริง ราศีมกร นั้นคือเเบบเดียวกัน จะพูดให้ถูก ลักษณะจริงๆ มักจะเหมือน เเพะมากกว่า แต่ตามตำนานเค้าว่าไงไปดูกันเลย มีตำนานที่ผู้คนกล่าวถึงกันมากที่สุด เรื่องเล่ามีอยู่ว่า เมื่อครั้งที่เทพทั้งหลายได้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้นที่ริมแม่น้ำไนล์ ก็บังเกิดไทพ่อนที่โผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำ ซึ่งในขณะนั้น เทพแพนผู้เป็นเทพแห่งท้องทุ่ง และมีลักษณะกึ่งสัตว์กึ่งมนุษย์ โดยเทพแพนมีเขาเหมือนแพะ หูแหลม และมีขนขึ้นปกคลุมร่างกาย

เทพแพนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงได้กลายร่างเป็นสัตว์เพื่อคิดจะหนีไป แต่ด้วยความร้อนรน จึงแปลงร่างเพียงเฉพาะท่อนล่างเท่านั้นให้กลายเป็นปลาและกระโดดหนีลงน้ำไป เมื่อเทพซีอุสเห็นก็คิดว่าน่าสนุกดี จึงได้บันดาลให้เกิดเป็นกลุ่มดาวของราศีมังกรขึ้นมา นอกจากนี้ ยังมีอีกตำนานหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า กลุ่มดาวนี้เป็นแม่แพะที่มีนามว่า “อามัลเทีย” แม่แพะมีหน้าที่สำคัญในการคอยให้นมแก่ซีอุสเมื่อครั้งที่เทพองค์นี้ยังคงเป็นเด็กทารกอยู่ ซีอุสจึงได้ให้เกียรติแก่เธอถึงสามอย่าง ได้แก่

  • อย่างที่หนึ่ง คือ หลังจากที่เธอเสียชีวิต ให้นำหนังไปแปะไว้ที่โล่ห์ของตนที่ชื่อว่าไอกิส ซึ่งต่อมาโลห์นี้ก็กลายไปเป็นสมบัติของอาเธน่า
  • อย่างที่สอง คือ ให้เขาของเธอนั้นอุดมไปด้วยผลไม้ทองคำจากสวนเฮสเพริเดส หากเมื่อใดที่เด็ดกินจนหมด ผลไม้เหล่านั้นก็จะงอกขึ้นมาใหม่อยู่เสมอ หรือเรียกได้ว่าเป็น ‘เขาแห่งความอุดมสมบูรณ์’ นั่นเอง
  • อย่างที่สาม คือ บันดาลให้เธอกลายเป็นกลุ่มดาวราศีมังกรนั่นเอง

ทีมาข้อมูล wikipedia

เรียบเรียงโดย : timelessidaho.com

ตำนานของประเทศไทย ทุงกุลาร้องไห้ นั้น จริงหรือไม่

ตำนานทุ่งกุลาร้องไห้ กล่าวถึงเมืองใหญ่เมืองหนึ่งที่มีชื่อว่า เมืองจำปากนาคบุรี ที่เมืองแห่งนี้มีพญาพรหมทัต เป็นพญาผู้ครองเมือง มีมเหสีชื่อว่าพระนางจันทาเทวี มีลูกสาวชื่อว่า นางแสนสี และมีหลานชื่อว่า นางคำแพง นางแสนสีและนางแสนสีได้ชวนกันไปเล่นน้ำที่ทะเลหลวงอันแสนกว้างใหญ่ที่ในปัจจุบันก็คือทุ่งกุลาร้องไห้นั่นเอง ระหว่างการไปเที่ยวก็มีจ่าแอ่น เป็นผู้อารักขาไปด้วยตลอดทาง กล่าวถึงชายหนุ่มสองคนที่มีชื่อว่า ท้าวฮาดคำโปงและท้าวทอน ทั้งสองได้ร่ำเรียนอาคมกับพระฤาษีที่ป่าหิมพานต์จนสำเร็จการศึกษา ระหว่างเดินทางกลับบ้านเมืองของตน ก็ได้มากับฝั่งทะเลหลวงที่ไม่มีเรือพอจะให้ข้ามไปได้ ทั้งสองใช้คาถาเป่าฟางให้เป็นเรือสำเภาเพื่อนั่งข้ามทะเลมา และนั่งฟังเสียงคลื่นด้วยความสุขใจ ส่วนนางแสนสี นางคำแพง กับจ่าแอน ที่ไปเล่นน้ำในแม่น้ำทะเลหลวง ก็ได้พบเจอกับท้าวฮาดคำโปงและท้าวทอน ที่ล่องสำเภาผ่านมาพอดี ความรักจึงบังเกิดขึ้น ในเวลาต่อมา นางแสนสีและนางคำแพงจึงตกลงปลงใจขึ้นสำเภาหนีไปด้วยกัน เมื่อพญาพรหมทัตผู้เป็นพ่อทราบข่าวจากนายทหารว่า ลูกสาวของตนถูกลักพาตัวหนีไป จึงได้ไปบอกพญานาคแห่งเมืองจำปากนาคบุรี ที่ทำหน้าที่เฝ้าดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนในเมืองได้อยู่กันอย่างสงบสุข ให้มาช่วยเหลือ

พญานาคเห็นว่าหากไม่ต้องการให้สำเภาแล่นต่อไปได้ ก็ต้องทำให้น้ำทะเลให้เหือดแห้ง ว่าแล้วจึงจัดการดูดน้ำทะเลออกจนหมด  เมื่อทะเลแห้งไปแล้ว ท้าวฮาดและท้าวทอนจึงได้พานางแสนสีและนางคำแพงพร้อมด้วยจ่าแอ่นเดินทางเท้าต่อไปจนถึงบ้านแห่งหนึ่งและพักอาศัยกันอยู่ที่นั่น บ้านแห่งนี้จึงได้ชื่อว่าบ้านแสนสี ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตอำเภอเกษตรวิสัย

จากนั้นจึงได้เดินทางรอนแรมกันต่อไปจนมาถึงริมป่าลำธารแห่งหนึ่ง พวกเขาได้ข้ามลำธารไปยังโนนบ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ระหว่างทาง จ่าแอ่นเกิดความเมื่อยล้าจึงไม่ขอเดินทางติดตามไปกับนางแสนสีและนางคำแพงด้วย แต่กลับขอพักอาศัยอยู่ที่บ้านแห่งนั้นต่อจนถึงแก่ชีวิตในที่สุด ชาวบ้านได้ช่วยกันฝังร่างไร้วิญญาณของจ่าแอ่นไว้ ณ บ้านแห่งนั้นและตั้งชื่อว่าบ้านจ่าแอ่น ซึ่งปัจจุบันคือบ้านแจ่มอารมณ์ อำเภอเกษตรวิสัย

สี่คนที่เหลือเดินทางต่อไปจนมาถึงเขตป่าดง ด้วยความรักที่มีต่อนางแสนสีผู้หญิงคนเดียวกัน ท้าวฮาดคำโปงกับท้าวทอนจึงได้ต่อสู้กันเอง จนในที่สุด ท้าวฮาดคำโปงก็ถูกท้าวทอนฆ่าตายที่กลางทุ่ง และได้เรียกหมู่บ้านแห่งนั้นว่าบ้านฮาด ซึ่งต่อมาเป็นบ้านฮาด อำเภอเกษตรวิสัย ด้วยความอาฆาต วิญญาณของท้าวฮาดจึงกลับมาล้างแค้นท้าวทอน โดยได้กลายมาเป็นผีโป่ง (ผีหัวแสง) เพื่อตามไล่ล่าท้าวทอน  จนท้าวทอนต้องพานางแสนสีและนางคำแพงหนีไปทางตะวันตกซึ่งขณะนั้นเป็นทุ่งกว้างใหญ่ และด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทาง ทั้งสามจึงได้นอนหลับไปใต้ต้นไม้ใหญ่ ท้าวทอนและนางแสนสีตื่นขึ้นมาก่อน และปล่อยให้นางคำแพงเหลืออยู่เพียงผู้เดียว ทุ่งบริเวณนี้จึงมีชื่อเรียกต่อมาว่า ทุ่งป๋าหลาน ซึ่งปัจจุบันคืออำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

เมื่อพระอินทร์ส่องญาณวิเศษตรวจตราโลกมนุษย์ และได้พบเห็นท้องทะเลหลวงที่เคยเต็มไปด้วยน้ำ กลับแห้งเหือด และเต็มไปด้วยซากสิ่งมีชีวิตมากมายทั้งปลา หอย และกุ้ง นอนตายเน่าเหม็นคละคลุ้ง จึงได้บอกให้นกอินทรีย์ลงมากินซากสัตว์ในทะเลหลวงแห่งนี้ นกอินทรีย์ได้ถ่ายมูลออกเป็นก้อนขนาดใหญ่  ที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า ขี้นกอินทรีย์

เมื่อนกอินทรีย์จัดการซากทั้งหมดเสร็จแล้ว ก็ไปทูลขอรางวัลจากพระอินทร์ พระอินทร์จึงก็ให้ช้างไว้เป็นอาหาร นกอินทรีย์ทั้งหลายพากันแย่งชิงช้าง บางตัวก็คาบหัวช้างไปกินแล้วทิ้งหัวไว้กลายเป็นป่าดง จนต่อมาบริเวณแห่งนั้นจึงได้ชื่อว่า ดงหัวช้าง ซึ่งกลายมาเป็นบ้านหัวช้างในเขตอำเภอจตุรพักตรพิมานในปัจจุบัน ส่วนบางตัวก็คาบได้เท้าช้างไปกินแถวดงแห่งหนึ่ง จนกลายเป็นที่มาของชื่อ ดงเท้าสาร หรือที่เรียกว่าเขตอำเภอสุวรรณภูมิในปัจจุบัน ส่วนเขตดงช้างที่มีช้างมากมาย ปัจจุบันก็กลายมาเป็นบ้านดงช้าง ในอำเภอปทุมรัตต์นั่นเอง

เมื่อหนีมาได้ ท้าวทอนและนางแสนสีก็เดินทางกลับไปยังเมืองจำปากนาคบุรี แต่ก็กลับมาพบแต่เมืองร้างที่ไร้ผู้คน เนื่องจากประชาชนกลัวนกอินทรีย์จึงพากันย้ายหนีออกไป ส่วนพญานาคก็ได้ดำดินหนีไปอยู่ที่ดินแดนที่ไกลออกไปจากเขตแม่น้ำโขง ฝ่ายพญาพรหมทัตกับนางจันทราเทวีก็ตรอมใจตายด้วยความคิดถึงลูก เมื่อท้าวทอนและนางแสนสีสามารถรวบรวมไพร่พล และประชาชนที่เหลืออยู่ได้กลุ่มหนึ่ง ก็พากันบูรณะสร้างเมืองจำปากนาคบุรีขึ้นมาใหม่ และร่วมกันสร้างพระธาตุพันขันขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับบิดาและมารดา รวมถึงเพื่อไถ่บาปให้กับตนเองด้วย ต่อจากนั้น ทั้งสองก็ได้อยู่ร่วมกันและครองเมืองอย่างมีความสุขจนสิ้นชีวิต

เรียบเรียงโดย : timelessidaho.com

เบอร์เก่าทำไมต้องเปลี่ยน เลขเศรษฐี ดีอย่างไร

เบอร์โทรศัพท์ ที่เป็น เบอร์มงคล นับเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อผู้คนในสังคมมาก เพราะ เบอร์โทรศัพท์ได้เชื่อมจิตของผู้โทร กับผู้รับสาย ผ่านกระแสแห่งคลื่นความถี่ โดยมีตัวเลขของเบอร์โทรศัพท์เปรียบเสมือนเลขประตูที่หาห้องที่จะสามารถบอกได้ว่าผู้ที่อยู่ในห้องนั้นจะมีห้องที่มีความพร้อมอย่างไร ดั้งนั้นผู้ที่ใช้เบอร์โทรที่ไม่ดีก็เหมือนเราอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีความสะดวกคับแคบหรือสถานที่มีสิ่งอัปมงคลซ่อนอยู่ก็ได้

คนที่ใช้เบอร์เดิมที่มีตัวเลขที่เป็นเลขที่เสียมากๆ(เลขคู่เสีย) ควรระวังเหตุการณ์การร้ายๆอาจเกิดขึ้นตามคำนายของเบอร์เดิมโดยเฉพาะสำหรับเหตุการณ์ร้ายที่ยังไม่เกิดขึ้น อาจจะเกิดแบบ เหมารวม ทั้งหมดในคราวเดียวกัน ทั้งอุบัติเหตุ ความขัดแย้ง โรคภัยไข้เจ็บ ตลอดจนความสูญเสียอะไรบางอย่างไปย่างไม่อาจจะแก้ไขได้

เบอร์มงคล เป็นพลังคิดในด้านบวก หรือ คิดในด้านลบที่เกิดขึ้นจากการใช้เบอร์โทรศัพท์ที่เป็นมงคลหรือไม่เป็นมงคลนั้นๆ จะสั่งจิตส่วนลึกของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา เป็นดังพลังงานที่มีอำนาจมหาศาลของจิตจะทำให้เกิดสิ่งที่ดี หรือ สิ่งที่ร้าย ได้อย่างหน้าประหลาดใจ การเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่นั้นจะถือว่าเป็นเรื่องว่าใหญ่ก็ใหญ่ หรือ จะถือว่าเป็นเรื่องเล็กก็เล็ก หลายคนอยากที่จะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ให้เป็นเบอร์มงคล แต่ก็มีเรื่อง มีข้ออ้างโน่นนี่นั่น จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเบอร์ใหม่ซักที ทำในชีวิตต้องจมอยู่กับความไม่สบายใจที่คิดอยู่ตลอดเวลาว่า ใช้เบอร์ไม่ดีอยู่

การเปลี่ยน เบอร์มงคล ใช้กับโทรศัพท์ของเราให้ได้ผลทางความเป็นมงคลที่แรงและเร็ว ต้องเกิดมาจากความตั้งใจของเจ้าของ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม การที่จะเปลี่ยนเบอร์มงคลนั้น ควรเปลี่ยนด้วยความสมัครใจและเต็มใจของผู้ใช้เบอร์นั้นๆเป็นที่ตั้งถึงจะทำให้ผู้ที่ใช้เบอร์นั้นได้ผลทางกระแสแห่งพลังความเป็นมงคลได้อย่างเต็มที่ๆสุดครับ

การเปลี่ยนเบอร์ใหม่ให้ได้ผลที่ดีมากที่สุดคือการที่ผู้ใช้เบอร์มงคลควรจะต้องเริ่ม ปรับเปลี่ยน และ เปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย ให้เหมือนเปลี่ยนเบอร์ใหม่ก็ให้ทำตัวเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเก่าครับ การใช้เบอร์มงคลนั้นถ้าผู้ใช้เบอร์มงคลหมั่นทำความดี คิดบวก ขยัน คิดเสมอว่าสิ่งที่อยู่กับตัวนั้นดีแล้ว ดีแล้ว ดีแล้ว แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำในสิ่งที่ตนคิดไว้และต้องให้คิดอยู่เราทำได้ เราทำได้ เราทำได้ สิ่งดีๆที่เราคิดไว้ก็จะถูกดึงดูดเข้ามาหาตัวเราเอง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้เบอร์มงคลให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้เบอร์มงคล คือ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าตัวท่านเอง โดยเบอร์มงคลมีผลต่อดวงชะตา 0ถึง30% อีก 70%ถึง100% ขึ้นอยู่กับกรรม กรรมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกรรมเก่าตั้งแต่ชาติที่แล้วนะครับ แต่กรรมในที่นี้ หมายถึง การกระทำคือทำดีก็ย่อมต้องได้ในสิ่งที่ดี(ถึงจะมาช้าแต่มาชั่ว) แต่ในทางกลับกันการทำในสิ่งที่ไม่ดีก็ย่อมได้สิ่งที่ไม่ดีกลับไปเช่นกันครับ ถึงให้ท่านผู้ที่ใช้เบอร์มงคล เลขเศรษฐี เลขหงส์ หรือ เลขมังกร ไม่ทำงานก็ไม่มีทางมีเงินครับ ดั้งนั้นให้ทำในสิ่งที่ดีเป็นหลักครับ แล้วถือว่าใช้เบอร์มงคลเป็นเอาความสบายใจให้กลับตัวเองเพื่อทำให้มีกำลังใจ มีชีวิตที่คิดบวก+ จะได้มีสิ่งที่ดีๆตามที่ตั้งใจในการซื้อเบอร์มงคลมาใช้ครับ ขอให้ทุกท่านเลือกซื้อและใช้เบอร์มงคลด้วย สติ และ ปัญญาที่เป็นมงคลทุกท่านนะครับ

เลขเศรษฐี 456 และ 654

เลขกลุ่มตัวเลขที่ส่งเสริมให้ ฉลาดในการหาช่องทางทำเงิน สร้างรายได้ ส่งเสริมให้มีความเจริญรุ่งเรืองในฐานนะความเป็นอยู่ ในการทำสิ่งใดมีแผนการดี มีเป้าหมายชัดเจน ขยันขันแข็งไม่ชอบอยู่กับที่ ผู้คนยอมรับนับถือ ดวงชะตาชีวิตโดดเด่น มีผู้คนชื่นชมและรักใคร่ ความสำเร็จในชีวิตจะได้มาจากความสามารถของตนเอง เลขกลุ่มนี้จะกระตุ้นความสามารถหารายได้ ทำให้หารายได้จากหลายช่องทาง เป็นเลขขยันในการทำมาหากิน บุญหนุนนำส่งเสริมให้มีอำนาจบารมี ชีวิตมักจะมีโชคดีอยู่เนืองๆ มักจะประสบโชคดีอย่างไม่คาดฝันอยู่บ่อยๆ สติปัญญาเป็นเลิศ จะได้รับความร่วมมือจากทุกวงการเป็นอย่างดี เป็นเลขดีมากที่สุดในด้านความสำเร็จในด้านการเงินและฐานะความเป็นอยู่มากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มตัวเลขที่มีมงคลแก่ชีวิตผู้ครอบครองชุดกลุ่มตัวเลขกลุ่มนี้ ทำหน้าที่การงานสิ่งใดก็จะประสบความสำเร็จได้โดยง่าย มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โต มีคนเคารพนับถือมากมาย ชีวิตจะถึงจุดสำเร็จสูงสุดได้อย่างไม่อยากเย็นครับ

กลุ่มตัวเลขนี้ จะแตกต่างจาก 789(มังกร)และ289(หงส์) ดังนี้

กลุ่มเลขหงส์มังกร

  • เข้มงวด แข็งก้าว มีอำนาจ
  • ใจใหญ่ ใจกว้า ใจนักเลง
  • ได้เงินมาเป็นก้อนใหญ่ ครั้งละมากๆ รวยก้าวกระโดด
  • ผู้คนให้ความยำเกรง เกรงกลัว
  • เหมาะสมกับผู้ที่ต้องมีบารมี

กลุ่มเลขเศรษฐี

  • มองโลกแง่ดี ผู้คนยอมรับนับถือ(อุปถัมภ์)
  • ขยัน ฉลาด มีเป้าหมายในชีวิต
  • เงินเข้าไม่ขาดมือเข้าตลอด ฐานะรำรวย(มั่นคง)
  • ผู้คนชื่นชมรักใคร
  • เหมาะสำหรับผ็ที่ต้องการความมั่นคงในชีวิต

ในหลายบทความที่ผมได้เขียนขึ้นมาได้ย้ำอยู่เสมอว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้เบอร์มงคล คือ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าตัวท่านเองครับ โดยเบอร์มงคลมีผลต่อดวงชะตา 0ถึง30% อีก 70%ถึง100% ขึ้นอยู่กับกรรม กรรมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกรรมเก่าตั้งแต่ชาติที่แล้วนะครับ แต่กรรมในที่นี้ หมายถึง การกระทำคือทำดีก็ย่อมต้องได้ในสิ่งที่ดี(ถึงมาช้าแต่มาชั่ว) แต่ในทางกลับกันการทำในสิ่งที่ไม่ดีก็ย่อมได้สิ่งที่ไม่ดีกลับไปเช่นกันครับ ถึงให้ท่านผู้ที่ใช้เบอร์มงคล เลขเศรษฐี เลขหงส์ หรือ เลขมังกร ไม่ทำงานก็ไม่มีทางมีเงินครับ ดั้งนั้นให้ทำในสิ่งที่ดีเป็นหลักครับ แล้วถือว่าใช้เบอร์มงคลเป็นเอาความสบายใจให้กลับตัวเองเพื่อทำให้มีกำลังใจ มีชีวิตที่คิดบวก+ จะได้มีสิ่งที่ดีๆตามที่ตั้งใจในการซื้อเบอร์มงคลมาใช้ครับ ขอให้ทุกท่านเลือกซื้อและใช้เบอร์มงคลด้วย สติ และ ปัญญาที่เป็นมงคลทุกท่านนะครับ

อ่านเรื่องราวสาระดีๆต่อได้ที่..http://timelessidaho.com

จริงหรือไม่จริง? กินไก่มากๆ จะเป็น “โรคเกาต์” มาดูคำตอบกันเลย!!

วันนี้เรามีสาระดีๆมาบอกต่อเนื่องจากเรานั้นชอบรับประทานอาหารที่มีเนื้อไก่เป็นส่วนประกอบหรือด้วยความที่ร้านอาหารที่เราไปทานนั้นชอบนำไก่มาเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างเช่น ข้าวมันไก่ ไก่ปิ้งนมสด ไก่ทอด เป็นต้นแต่ก็มีคนส่วนใหญ่ไม่เลือกรับประทานเนื้อไก่เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าทานเนื้อไก่มากๆกลัวจะเป็น “โรคเกาต์”  นั้นเอง วันนี้เรามีคำตอบมาให้ท่านแล้วไปดูกันเลย

ผศ.พญ.อัจฉรา กุลวิสุทธิ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เขียนบทความเกี่ยวกับโรคเกาต์เอาไว้ ดังนี้

โรคเกาต์ คืออะไร?

โรคเกาต์ เป็นโรคข้อซึ่งเกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานจนตกตะกอน ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ ซึ่งโรคนี้รักษาหายขาดได้ หากได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมและต่อเนื่อง

อาการของโรคเกาต์

อาการของโรค แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ

  1. ระยะข้ออักเสบเฉียบพลัน มักเกิดที่ข้อหัวแม่เท้า หรือข้อเท้า ข้อปวดบวมแดงรุนแรงใน 24 ชั่วโมงแรก หากไม่รักษาสามารถหายได้เองใน 5-7 วัน และส่วนใหญ่จะเป็นซ้ำ ๆ
  2.  ระยะไม่มีอาการ หลังจากข้ออักเสบหาย ผู้ป่วยจะไม่มีอาการใด ๆ
  3. ระยะเรื้อรัง หลังจากมีอาการซ้ำ 3-5 ปี ข้ออักเสบจะมีจำนวนมากขึ้น ลามมาที่ข้ออื่น ๆ และเกิดก้อนจากผลึกของกรดยูริกขนาดโตขึ้นเรื่อย ๆ อาจแตกเห็นเป็นผงขาวนวลคล้ายชอล์ก

กรดยูริก คืออะไร?

กรดยูริก ส่วนใหญ่ร่างกายสร้างเอง มีเพียงส่วนน้อยไม่ถึงร้อยละ 20 ที่ได้รับจากอาหาร คนปกติค่าในเลือดจะอยู่ในระดับไม่เกิน 7 มิลลิกรัม/เดซิลิตรในเพศชายและหญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ส่วนหญิงในวัยที่ยังมีประจำเดือนจะมีระดับไม่เกิน 6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ค่าที่สูงเกินกว่าระดับดังกล่าวถือว่ามีภาวะกรดยูริกสูง

ภาวะกรดยูริกสูงนี้สัมพันธ์กับภาวะอ้วน, พันธุกรรมในครอบครัว, ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ และยาแอสไพริน, โรคร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง, อาหารที่มีกรดยูริกสูง และเหล้าเบียร์ ดังนั้น ควรลดน้ำหนักตัว, งดเหล้า-เบียร์ และ ลดปริมาณอาหารที่มีกรดยูริกสูงลง

คนที่มีระดับกรดยูริกสูงจนทำให้เกิดโรคมีเพียงร้อยละ 10-20 เท่านั้น โดยเป็นโรคเกาต์ และ/หรือ เป็นนิ่วในไต กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเท่านั้นที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา

อาหารที่ทำให้มีกรดยูริกสูง ได้แก่

  • เหล้าและเบียร์
  • เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ, ไต, สมอง
  • อาหารทะเล
  • อาหารที่มีไขมันสูง เช่น ขนมเค้ก ขนมปัง น้ำหวาน น้ำผลไม้ที่มีรสหวาน

ส่วนสัตว์ปีก และ สัตว์เนื้อแดงที่มีปริมาณไขมันน้อย ไม่จำเป็นต้องงด ยกเว้นในผู้ป่วยรายที่มีประวัติว่ามีการกำเริบชัดเจนหลังรับประทานอาหารดังกล่าว สำหรับอาหารมังสวิรัติ และผักส่วนใหญ่มีปริมาณกรดยูริกค่อนข้างน้อย สามารถรับประทานได้ตามปรกติ

ยารักษาโรคเกาต์

ยาที่ใช้รักษามี 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  1. ยาควบคุมอาการข้ออักเสบ เพื่อป้องกันการกำเริบของข้ออักเสบ ได้แก่ ยาโคลชิซีน
  2. ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ควรให้ในระยะสั้นจนข้ออักเสบหายดี โดยแพทย์จะพิจารณาให้ในขนาดที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย เนื่องจากอาจมีข้อห้ามในผู้ป่วยบางราย ยาในกลุ่มนี้โดยเฉพาะยาโคลชิซีน สามารถให้ในขนาดต่ำเพื่อลดและควบคุมการกำเริบของข้ออักเสบในระยะยาวจนกว่าจะคุมระดับกรดยูริกในเลือดได้

ยาควบคุมระดับกรดยูริก ประกอบด้วย ยาลดการสร้างกรดยูริก ที่สำคัญได้แก่ ยาอัลโลพิวรินอล และยาเพิ่มการขับกรดยูริกทางไต ได้แก่ ยาโปรเบ็นนาซิด, ยาเบนโบรมาโรน และ ยาซัลฟินไพราโซน แพทย์จะเริ่มยากลุ่มนี้เมื่อข้ออักเสบหายดี และ ปรับขนาดยาจนคลุมระดับกรดยูริกในเลือดได้ในระดับ 5-6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และ ให้ยาต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ การใช้ยาจึงควรใช้อย่างระมัดระวังและเลือกใช้เฉพาะรายโดยแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากมีผลข้างเคียงและอาจมีผลกระทบต่อระดับยาบางชนิดได้

อย่างไรก็ตาม การรักษาตั้งแต่ระยะแรกของโรคจะได้ผลการรักษาดีมาก หากเริ่มรักษาช้า ต้องอาศัยระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีเพื่อให้ได้ผลดีและก้อนยุบลงข้ออักเสบจะหายได้และก้อนตะปุ่มตะป่ำจะยุบราบเป็นปกติได้

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยมีดังนี้

  • พบแพทย์แพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามผลการรักษา
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ได้แก่ การหยุดยาเอง/รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ, การดื่มเหล้าเบียร์, ในรายที่อาหารที่มีกรดยูริกสูงบางชนิดที่กระตุ้นการกำเริบของโรคควรหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าว, การนวด/บีบข้อ เป็นต้น
  • รักษาโรคร่วมและดูแลสุขภาพ ที่สำคัญได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันสูง, โรคหัวใจ, นิ่วไต, โรคอ้วน, และควรงดสูบบุหรี่
  • ไม่ห้ามอาหารใด ๆ ยกเว้นในบางรายที่มีข้ออักเสบ เมื่อรับประทานอาหารบางชนิด แนะนำหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าวชั่วคราว แต่เมื่อคุมระดับกรดยูริกได้แล้ว จะรับประทานอาหารได้ทุกประเภท

ทีนี้ก็เข้าใจตรงกันนะ คราวหน้าหยิบไก่ทอดทานได้เลยไม่ต้องกังวลอีกแล้ว เพียงแต่อย่าทานมากจนเกินไปก็แล้วกันนะจร้

อ่านเรื่องราวสาระดีๆต่อได้ที่..http://timelessidaho.com

ช่วงอายุกับการทำศัลยกรรม อายุเท่าไหร่ จะทำอะไรได้บ้าง ?

ช่วงอายุกับการทำศัลยกรรม ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สาว ๆ ไม่ว่าจะเสริมหน้าอก ทำจมูก หรืออื่นๆ ที่ไม่ควรละเลย ดังนั้นใครๆที่กำลังคิดอยากจะทำศัลยกรรม อย่าเพิ่งใจร้อน ลองมาเช็กกันหน่อย ก่อนว่า อายุเท่าไรถึงจะทำศัลยกรรมได้ ?

สมัยนี้จริงอยู่ว่าความอยากสวยอยากงามก็สามารถเนรมิตได้ด้วยการทำ “ศัลยกรรม” แต่ทั้งนี้ก่อนคิดทำศัลยกรรมเหมือนกับคนอื่น ๆ เขา คุณจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าช่วงอายุของคุณเหมาะสมที่จะทำการศัลยกรรมได้แล้ว โดยเฉพาะสาว ๆ วัยรุ่น เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย แต่ก็ยังมีหลายคนละเลย คิดอยากจะทำศัลยกรรมตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น โดยหารู้ไม่ว่าผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่เป็นอย่างที่เราหวัง เนื่องจากร่างกายของวัยรุ่นนั้นยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ หากทำไปแล้วผลที่ได้จะไม่คงที่ ซึ่งในอนาคตอาจจะส่งผลเสีย เนื่องจากเมื่อร่างกายเติบโตเต็มที่แล้วอาจจะทำให้รูปร่างหน้าตาเกิดการบิดเบี้ยวหรือเปลี่ยนแปลงไปได้เลยทีเดียว

เมื่อรู้แล้วว่าการทำศัลยกรรมกับช่วงอายุนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้นก่อนคิดที่จะสวยด้วยการพึ่งมีดหมอ ลองมาเช็กกันดูสิว่าช่วงอายุเท่าไรเหมาะที่จะทำศัลยกรรมประเภทไหนได้บ้าง ซึ่งวันนี้เราได้นำข้อมูลมาให้สาว ๆ ได้ศึกษากัน อย่ารอช้า ตามมาดูกันเลยจร้า

ศัลยกรรมคาง

ศัลยกรรมเสริมคาง เหลากราม ควรทำเมื่ออายุครบ 18 ปีขึ้นไป หากอายุต่ำกว่านี้ยังไม่ควรทำ เพราะร่างกายยังเติบโตไม่เต็มที่

ศัลยกรรมจมูก

สำหรับการทำศัลยกรรมจมูกหากทำในช่วงอายุที่ยังน้อย ๆ จะทำออกมาแล้วสวยงามได้รูปกว่าอายุมาก ซึ่งช่วงอายุที่เหมาะสมก็คือตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งถือว่าอยู่ในวัยที่จมูกพัฒนาเต็มที่แล้ว

 

ศัลยกรรมตา

ศัลยกรรมตานั้นมีหลายแบบ ถ้าหากทำศัลยกรรมตาสองชั้น อายุที่เหมาะสมก็คือ 18 ปีขึ้นไป หรือถ้าเป็นศัลยกรรมผ่าตัดถุงใต้ตา ช่วงอายุที่เหมาะสมก็คือ 19 ปีขึ้นไป หรือสาวรุ่นใหญ่ที่เริ่มมีรอยย่นและอยากจะทำศัลยกรรมลบรอยย่นรอบดวงตา ก็สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป

ศัลยกรรมปาก

ศัลยกรรมปาก ทุกวันนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการทำศัลยกรรมปากบางและปากกระจับ ซึ่งสาว ๆ สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ถ้าจะให้เหมาะสมจริง ๆ ควรทำในช่วงอายุตั้งแต่ 37 ปี แต่ก็ไม่ควรเกิน 45 ปี เพราะเมื่ออายุมาก ปากจะตกตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะทำออกมาแล้วไม่สวยได้

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก

สำหรับการเสริมหน้าอก ช่วงอายุที่ไม่ควรทำศัลยกรรมเลยก็คือต่ำกว่า 18 ปี เพราะในช่วงวัยนี้หน้าอกจะยังเติบโตไม่เต็มที่ แต่ถ้าอยากจะทำอายุในช่วง 25 ปีขึ้นไปถือว่ากำลังเหมาะสม ทั้งนี้สำหรับวัยผู้ใหญ่ที่ต้องการจะทำศัลยกรรมยกหน้าอก แนะนำให้ทำในช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไปจะดีที่สุดค่ะ

ศัลยกรรมแก้หูกาง

สำหรับศัลยกรรมแก้หูกาง สามารถทำได้ตั้งแต่ยังเล็ก ๆ ช่วงอายุ 5 ขวบก็สามารถทำได้แล้วค่ะ เนื่องจากหูจะเจริญเต็มที่ตั้งแต่ยังเล็ก ๆ

 

 

ศัลยกรรมประเภทฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์

การทำศัลยกรรมด้วยการฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ เพื่อเติมเต็มหรือแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ บนใบหน้า สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป

ศัลยกรรมหน้าท้อง

ศัลยกรรมหน้าท้อง เพื่อให้หน้าท้องเรียบแบน เหมาะสำหรับคนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ทั้งนี้การทำศัลยกรรมหน้าท้องนั้นไม่เหมาะกับคนที่ยังไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน เพราะถ้าหากตั้งครรภ์ขึ้นมาอาจจะทำให้หน้าท้องเกิดรอยเหี่ยวย่นได้

เมื่อศึกษาข้อมูลเรื่องช่วงอายุกับการทำศัลยกรรมไปแล้ว คราวนี้คุณสาว ๆ ก็คงจะรู้กันแล้วว่าตัวเองเหมาะจะทำศัลยกรรมในช่วงไหน ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่สาว ๆ ไม่ควรละเลย และควรจะแจ้งข้อมูลจริงให้ศัลยแพทย์ได้ทราบก่อนทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ความงามในระยะยาวของตัวเราเองยังไงล่ะคะ

อ่านต่อเนื้อหาดีๆได้ที่..http://timelessidaho.com/

แต่งห้องนอนแบบพอเพียง DIY ชั้นและเตียง แบบประหยัดสุดๆ

สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดฯ สักห้อง หรือ กำลังมีความคิดที่จะตกแต่งห้องใหม่คงหนักใจไม่ใช่น้อยสำหรับการตกแต่งห้องนอนที่ต้องใช้งบประมาณก้อนโต โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์หลักที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน อาทิ ชั้น ตู้ เตียง ที่ถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีราคาแพงไม่ใช่เล่นๆ ในปัจจุบันเราจึงมักจะเห็นตัวแทนจำหน่ายมีการนำเฟอร์นิเจอร์ไม่ว่าจะเป็น ชั้นเก็บของ เตียงนอน ที่มีการขายแยกในราคาแพงเหล่านี้มาขายเป็นชุดยกเซ็ต และจัดโปรโมชั่น โดยจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นราคาที่มนุษย์เงินเดือนต้องมานั่งตัดสินใจว่าควรจะใช้เงินหลักหมื่นไปกับการซื้อเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้หรือไม่ แต่ในวันนี้เรื่องกังวลใจในการซื้อชั้นเก็บของและเตียงจะหายไป เพราะ DDproperty จะมาแนะนำการทำชั้นเก็บของกับเตียงนอนด้วยตัวเอง ที่สามารถใช้งานได้จริงและมีความคงทนสูง โดยที่ยังเหลือเงินส่วนต่างไปช่วยค่าตกแต่งอย่างอื่นที่จำเป็นภายในห้องได้

DIY ชั้นแต่งห้องนอนแบบประหยัดจากลังพลาสติก


DIY ชั้น ตกแต่งห้องนอน

ชั้นเก็บของหรือชั้นหนังสือถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ทุกห้องต้องมี ซึ่งปัจจุบันชั้นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดความยาวประมาณ 2 เมตร มีความสูงประมาณ 1 ม. ลึกประมาณ 30 ซม. จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 6,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ประกอบชั้นนั้นขึ้นมาด้วย แต่ทั้งนี้เองเราก็สามารถลดต้นทุนของชั้นเก็บของนี้ได้ โดยใช้ ลังพลาสติกที่มีราคาไม่กี่บาทมาประกอบเป็นชั้นหลากสี โดยสามารถกำหนดให้มีขนาดใหญ่หรือเล็กตามความต้องการได้ เผลอๆ ที่ขนาดเท่าๆ กันกับขนาดชั้นทั่วไปยังมีราคาไม่ถึง 1,000 บาทเลย ซึ่งใครจะรู้ว่าลังพลาสติกธรรมดาๆ ก็สามารถนำมาดัดแปลงเป็นเฟอร์นิเจอร์สุดชิคได้ แถมยังช่วยให้ห้องมีสีสันสดใสด้วย

DIY ชั้น ตกแต่งห้องนอน

หากใครสนใจอยากจะมีชั้นสวยๆ เก๋ๆ แบบนี้ไว้ในห้อง อาจจะเริ่มจากการกำหนดขนาดของชั้นจากลังพลาสติกหรือลังผลไม้เหล่านี้ ด้วยการนำลังมาวางเรียงซ้อนต่อกันให้ออกมาเป็น Layout ของชั้นรูปสี่เหลี่ยม โดยทั่วไปลังจะมีหน้ากว้างประมาณ 30 ซม. ยาวประมาณ 50 ซม. แต่จะมีความสูงไม่เท่ากันแล้วแต่ดีไซน์ มีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 100 – 300 บาท การจัดเรียงลังสามารถทำได้ทั้งแบบแนวนอน และแนวตั้ง เมื่อได้ Layout ของชั้นที่ต้องการของสามารถกำหนดขนาดโครงสร้างได้ โดยสามารถเลือกใช้วัสดุไม้หรือเหล็กก็ได้ ซึ่งค่าเชื่อมโครงสร้างก็แล้วจะตกลงกับทางร้าน โดยจะมีระยะเวลาในการเชื่อมทำไม่เกิน 3 วันสำหรับโครงสร้างชั้นง่ายๆ ทีนี้พอได้โครงชั้นมาก็ลองนำลังพลาสติกใส่เข้าไปให้ครบก็จะได้ชั้นสวยๆ ราคาไม่แพง และสามารถเก็บของจุกจิก หรือ จะออกแบบให้กลายเป็นตู้เก็บเสื้อผ้าแบบพับก็ยังได้

DIY เปลี่ยนท่อน้ำสุดเซอร์ให้เป็นเตียงนอนสุดเท่

DIY เตียง ตกแต่งห้องนอน

เตียงนอนที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีราคาแพงที่สุด สำหรับเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนอนเลยก็ว่าได้ โดยปัจจุบันขนาดของเตียงนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของที่นอน ซึ่งจะมีขนาดเริ่มต้นที่ 3.5 ฟุต 5 ฟุต และขนาดใหญ่สุดจะเป็นที่นอนแบบคิงไซส์ที่ 6 ฟุต ถ้าใหญ่กว่านี้ขึ้นไปจะเป็นที่นอนแบบสั่งทำฟรีฟอร์มที่มีราคาแพงมากๆ แต่ทั้งนี้เองไม่ว่าคุณจะมีที่นอนขนาดเท่าไหร่หรือใหญ่แค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องน่าเป็นห่วงอีกต่อไป หากเราสามารถ DIY โครงสร้างเตียงที่มีขนาดใหญ่แค่ไหนก็ได้ แถมยังมีราคาไม่แพงด้วยจากท่อน้ำที่มีความคงทน แข็งแรง โดยสามารถเลือกนำวัสดุทั้งท่อเหล็ก และท่อ PVC มาดีไซน์ได้ ขึ้นอยู่กับว่าต้องการเตียงนอนที่สามารถรับน้ำหนักสามารถดีไซน์

การทำโครงสร้างเตียงด้วยตัวเอง ใช้หลักการเดียวกันกับการทำชั้นจากลังพลาสติก โดยการวัด Layout ของขนาดโครงสร้างจากขนาดที่นอน ซึ่งที่นอนแต่ละขนาดก็จะใช้ท่อที่มีขนาดความยาวต่างกัน ส่วนความสูงสามารถกำหนดได้เองตามใจชอบ เมื่อสามารถกำหนดขนาดโครงสร้างเตียงที่ต้องการได้แล้ว ก็ไปที่ร้านวัสดุเลือกอุปกรณ์มาลงมือทำกันได้เลย องค์ประกอบสำคัญที่ต้องใช้ในการสร้างเตียงก็คือ ท่อน้ำ และตัวข้อต่อ โดยหากเลือกใช้ท่อ PVC มาใช้ในการทำโครงสร้างการประกอบก็จะง่ายขึ้นจากการตัดท่อน้ำมาต่อกันตามขนาดที่แพลนไว้ โดยเริ่มจากตัวฐานรองรับที่นอน และขาตั้ง หากเป็นท่อ PVC อยากให้มีความแข็งแรงและรับน้ำหนักได้เยอะ จะต้องทำฐานรับน้ำหนักให้มีข้อต่อหลายๆ ตัวยึดกับพื้น หากทำโครงสร้างแบบมีขาเตียงแค่ 4 ขาเวลาขึ้นไปนอนโครงสร้างอาจจะบิดเบี้ยวได้ ถ้าอยากให้เตียงดูดีขึ้นมาหน่อยก็อย่าลืมซื้อสเปรย์มาพ่นสีปิดทับสีท่อเดิม แต่หากใครที่เลือกใช้ท่อเหล็กก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความทนทาน เพราะวัสดุนี้มีความแข็งแกร่งมาก ถึงแม้จะกำหนดขนาดของเตียงยากเพราะไม่สามารถตัดทอนความยาวได้ แต่รับรองว่าวัสดุนี้จะเท่ ชิค และคูลกว่าท่อ PVC แน่นอน ถึงแม้จะมีราคาต้นทุนแพงขึ้นมาหน่อย แต่ก็ไม่แพงกว่าเตียงที่ขายตามตัวแทนจำหน่ายอย่างแน่นอน