7 ข้อห้ามเรื่องผม ที่คุณควรรู้ กับ 8 วิธีบอกลาผมร่วง และ วิธีเลือกผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมอย่างไรดีถึงจะดี

7 ข้อห้ามเรื่องผม คุณควรรู้ ไม่ว่าคุณจะมีผมที่ยาวหรือผมสั้นนั้นก็ไม่ควรทำให้ผมของคุณเสียสุขภาพไป ไปดูกันเลยดีกว่าว่าทั้ง7 ข้อนี้มีอะไรบ้างไปกันเลย!!

  1. อย่าเผลอฉีกปลายผมแตกปลายเล่น เพราะจะยิ่งทำให้ผมเสีย และแตกปลายมากยิ่งขึ้น ทางที่ดีควรเล็มปลายผมออกด้วยกรรไกรค่ะ
  2. อย่าเป่าผมด้วยลมร้อนขณะผมเปียกโชก เพราะจะทำให้หนังศีรษะแห้ง และผมก็แห้งกรอบด้วย
  3. อย่าแปรงผมเปียกโชกด้วยแปรงหรือหวีซี่ถี่ ควรใช้หวีซี่ห่างสางผม หรือนิ้วมือของเรานี่แหละ
  4. อย่ารัดผมขณะนอนหลับ เพราะไม่รู้ว่าในห้วงภวังค์นั้น เราจะพลิกตัวหรือหันศีรษะไปทางไหน และจะดึงรั้งผมให้หลุดร่วง โดยไม่จำเป็นหรือไม่
  5. อย่าสเปรย์ใกล้หนังศีรษะเกินไป มิเช่นนั้น สารเคมีจากสเปรย์จะติดหนึบและทำอันตรายต่อหนังศีรษะ
  6. อย่าใช้ยางรัดถุงรัดผม เนื่องจากความเหนียวของยาง จะดึงผมให้ขาดกลางและหลุดร่วง
  7. อย่าแปรงผมยาว จากโคนจรดปลายในคราวเดียว ควรแปรงครึ่งปลายก่อน แล้วค่อยแปรงครึ่งที่ติดกับหนังศีรษะ เพื่อป้องกันผมขาดและหลุดร่วง

สยบผมร่วงด้วยการกิน-นอน

ปัญหาผมร่วง ศีรษะล้านนั้นมีหลากหลายสาเหตุ หนังสือ ผม มงกุฎแห่งความสง่างาม โดย นายแพทย์สมนึก อมรสิริพาณิชย์ ได้ระบุถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาผมบางทั้งในผู้ชายและผู้หญิงไว้ว่า

เกี่ยวข้องกับสารอาหารและฮอร์โมน เช่น สตรีที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน กินยาคุมกำเนิด หรือโรคบางชนิดที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เช่น มีเนื้องอกที่สามารถผลิตฮอร์โมนนอกเหนือการควบคุมของร่างกาย รวมไปถึงความเครียดที่ทำให้ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไป และบางครั้งความผิดปกติของฮอร์โมน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารต่างๆ ทำให้ขาดสารอาหารจนผมหลุดร่วงได้

 

วิธีบอกลาผมร่วง

  1. อย่าให้ร่างกายขาดธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม ช่วยสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นตัวนำออกซิเจน ทำให้โครงสร้างของเส้นผมแข็งแรง 80-90 เปอร์เซ็นต์ พบว่า สตรีที่มีปัญหาสุขภาพผมในช่วงวัยหมดประจำเดือน มักมีภาวะเลือดจางร่วมอยู่ด้วย จึงควรกินอาหารที่มีธาตุเหล็กหรืออาหารเสริมธาตุเหล็ก
  2. งดชา กาแฟ เครื่องดื่มทั้งสองอย่างนี้ จะลดทอนความสามารถในการดูดซึมธาตุเหล็ก หากหลีกเลี่ยงได้จะช่วยได้มากทีเดียว
  3. กินวิตามินซี เป็นวิตามินที่ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น ดังนั้น จึงควรกินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
  4. หากกินยาคุมกำเนิด ควรเสริมวิตามินและแร่ธาตุ ยาคุมกำเนิดอาจทำให้ระดับของวิตามินบีรวม และสังกะสี ที่มีความสำคัญต่อเส้นผมลดลง จึงควรกินสารอาหารเหล่านี้เพิ่มเติม เช่น ข้าวโอ๊ต ธัญพืชไม่ขัดขาว ถั่วต่างๆ ผักใบเขียว
  5. อย่ากินวิตามินเอมากไป หากได้รับสารอาหารที่มีวิตามินเอสูงเกินจำเป็น อาจทำให้ผมร่วงได้ ดังนั้น จึงควรกินให้หลากหลาย ไม่มากหรือน้อยไปดีที่สุด
  6. กรดไขมันก็จำเป็นนะ กรดไลโนเลอิกและแอลฟาไลโนเลนิก เป็นสารที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง พบมากในเมล็ดธัญพืช ผักโขม ข้าวโอ๊ต
  7. หยุดเครียด อย่างที่กล่าวไปว่า ความเครียดทำให้ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ความอยากอาหารน้อยลง การดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่ เมื่อสารอาหารไปไม่ถึง เส้นผมก็หลุดร่วงได้เหมือนกันนะ ดังนั้น ทำจิตใจให้สบาย พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้สมองได้ผ่อนคลายดูบ้าง ช่วยได้เยอะ
  8. หลีกเลี่ยงมลพิษ ทั้งแอลกอฮอล์และสารโลหะหนัก ที่ปล่อยทิ้งออกมาจากกระบวนการผลิตและอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้การดูดซึมสารอาหารลดลง และสามารถสะสมในเส้นผมได้

หลักๆ แล้วต้องฝึกนิสัยการกินอยู่ให้สมดุล กินอาหารให้หลากหลาย ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการ และที่สำคัญคือ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย หากิจกรรมหย่อนใจทำเวลาว่าง จะเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว ช่วยให้เส้นผมอยู่กับเราได้อีกนาน คอนเฟิร์มคะ

เลือกผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมอย่างมือโปร

เมื่อผมขาวถามหาหรือการเปลี่ยนสีผมนั้น  ก็ถึงเวลาที่ต้องหาผลิตภัณฑ์ปิดผมขาวคู่ใจมาใช้ และแน่นอนว่าคงต้องใช้ไปตลอดและสม่ำเสมอ เราจึงนำเทคนิคและวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาฝากผู้อ่านกัน

อะไรอยู่ในผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม

ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมมีมากมาย ทั้งยายอมผม ยากัดสีผม แชมพูปิดผมขาว ซึ่งสารเคมีที่พบบ่อยๆ จะอยู่ในกลุ่มแอมโมเนีย (Ammonia) และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) ที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ทำหน้าที่กัดคิวติเคิล (Cuticle) หรือชั้นเคลือบเส้นผมออก เพื่อให้สีที่ใส่ลงไปติดดีติดทนมากขึ้น

แต่แน่นอนว่า ผิวหนังรวมถึงเส้นผมของคนเราจะมีค่าพีเอชค่อนไปทางกรดจึงจะเกิดสมดุลมีความชุ่มชื้นเพียงพอ เมื่อสารดังกล่าวซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างสัมผัสผม จะทำให้ผมแห้งเสีย ชี้ฟูเพราะชั้นเคลือบเส้นผมถูกทำลาย ส่วนในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อาจเกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนัง เมื่อถูกสารดังกล่าวได้

ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมที่ลดหรือไม่ผสมสารอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นแอมโมเนีย ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือบางยี่ห้ออาจไม่ผสมทั้งสองอย่าง เพื่อรักษาสมดุลเส้นผม ลดอาการแพ้และกลิ่นฉุน แต่ในกรณีนี้จะทำให้สีย้อมผมติดไม่ทน ไม่นานก็หลุดออก จึงจำเป็นต้องย้อมซ้ำๆ

แล้วจะเลือกอย่างไร

หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารกัดสีผมดังกล่าว นั่นหมายถึงต้องเพิ่มความถี่ในการย้อมผมมากขึ้น เพราะผมขาวนั้นยังไงก็งอกใหม่เรื่อยๆ และสีจะหลุดง่ายกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีปกติจริงไหมคะ หมอจึงแนะนำให้พลิกข้างกล่อง สำรวจส่วนผสม เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติมีสารเคมีน้อยที่สุด ที่สำคัญคือ ผสมสารที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้เงางาม เช่น น้ำผึ้งซึ่งมีไข (Wax) ตามธรรมชาติ หรืออาจจะมีสารที่ออกฤทธิ์เป็นกรดเพื่อรักษาสมดุลของเส้นผม อย่างกรดแอมิโนต่างๆ กรดแล็กติกจากน้ำนม โยเกิร์ต ก็ใช้ได้เช่นกัน

ความถี่ในการใช้ผลิตภัณฑ์โดยทั่วไปควรอยู่ที่ 3-4 เดือนย้อม 1 ครั้ง แต่ในกรณีย้อมเพื่อปิดผมขาวแล้ว โคนผมงอกขึ้นมาใหม่ทุกเดือนอาจจะต้องย้อมปกปิดบ่อยขึ้น ดังนั้น การเลือกผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจึงดีกว่าการใช้สารเคมีล้วนๆ ค่ะ